บทความ

November 9, 2015

*+บ้าน 6 แสน ผ่อนเดือนละ 4 พัน … มาแน่?+*

home0-1

บ้าน 6 แสน ผ่อนเดือนละ 4 พัน

ภายในกลางเดือน พ.ย.58 นี้ ข่าวดังอีกเรื่องหนีไม่พ้น “นโยบายบ้านคนจน” กล้าฟันธงโดยไม่ต้องพึ่งหมอดูหมอเดา เพราะเป็นตารางเวลาในการติดตามงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ทั่นบอกว่าภายใน 30 วัน ให้มาคุยรอบที่ 2 กันเถอะ ก่อนหน้านี้ วันที่ 16 ต.ค.58 “อ.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เชิญประชุม 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้าน ประกาศนโยบายบ้านคนจน แนวทางคือเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็ได้ ราคาอั้นไม่เกิน 6 แสนบาท เพื่อให้มีภาระผ่อนเดือนละ 3,000-4,000 บาท คนที่ซื้อก็ต้องเป็นผู้มีรายได้น้อย คำนิยามคือมีรายได้ครัวเรือนละ 15,000 บาท
โจทย์ของรัฐบาล คือ เดิมมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เขามีหน้าที่ทางตรงในการสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว แต่จุดอ่อนมี 2 ข้อ
➡ 1.ทำเลไกลมาก ทำให้เพิ่มต้นทุนการเดินทางให้กับคนจน
➡ 2.โอนไปแล้วคุณภาพชีวิตไม่ได้มาตรฐาน กลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม
เพราะฉะนั้น นโยบายบ้านคนจนเวอร์ชั่นใหม่ หรือจะเรียกว่าเวอร์ชั่นรัฐบาล คสช.ก็ได้ จึงมีโจทย์ที่คิดว่าใหม่จริงๆ 3 เรื่องด้วยกัน
➡ 1.ทำเลดีขึ้น (หวังไว้อย่างนั้น) อย่างน้อยต้องมีอินฟราสตรัคเจอร์อย่างไฟฟ้า น้ำประปา และรถเมล์เข้าถึง
➡ 2.จะเน้นเรื่องบริการหลังการขาย อธิบายอีกทีคือจะต้องมีระบบนิติบุคคลที่เข้มแข็ง ดูแลชุมชนให้สวยงาม ซึ่งมีผลต่อค่าเสื่อมราคาในอนาคตของบ้านหรือคอนโดฯคนจน
➡ 3. สนุกยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อจะดึงภาคเอกชนมาช่วยกันก่อสร้างด้วย แต่ไม่ได้ให้มาฟันกำรี้กำไรกับโครงการนี้หรอกนะ รัฐบาลออกแบบนโยบายบ้านคนจนว่าถ้าจะร่วมทุนรัฐกับเอกชนจะต้องทำภายใต้โมเดล “โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์”อธิบายง่ายๆก็คือ โครงการซีเอสอาร์นั่นเอง ไม่ให้คิดกำไร แต่ให้เอกชนทำแค่ “คุ้มทุน” ก็พอ
home1
หันกลับมาดูต้นเรื่องกันดีกว่า ความจริงนโยบายสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นภารกิจทางตรงของการเคหะฯเขาก็ทำงานรูทีน (งานประจำ) ของเขาอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่การเคหะฯครบ 42 ปี (ก่อตั้ง 12 ก.พ.2516 แต่เริ่มลงมือตอกเข็มสร้างบ้านจริงๆ น่าจะปี 2519) เพิ่งจะสร้างบ้าน 709,256 หน่วยเท่านั้นเอง เฉลี่ยปีละ 1.6 หมื่นหน่วย
ในขณะที่นโยบายสร้างบ้านคนจน แผนแม่บทล่าสุดคือกำหนดเวลา 10 ปี (2559-2568) จะสร้างก่อน 2.7 ล้านหน่วย เฉลี่ยปีละ 2.7 แสนหน่วย หรือเกือบ 17 เท่าของความสามารถหน่วยงานการเคหะฯในแต่ละปี
ข้อมูลลึกๆ กว่านั้น รัฐบาลทั่นไปสำรวจเจอว่า คนจนทั่วประเทศที่ไม่มีบ้านเป็นของตนเองหรือยังเช่าบ้านอยู่ มี 4.5 ล้านครัวเรือน แต่จะให้ทำทันทีก็ไม่ไหว ก็เลยแบ่งครึ่งหนึ่งมาทำก่อนในช่วง 10 ปี อย่างน้อยคนที่เช่าอยู่ก็เปลี่ยนมาเป็นค่าผ่อน แลกกับมีบ้านเป็นของตัวเอง มีความมั่นคงในชีวิตในด้านที่อยู่อาศัย
ทีนี้ กลับมาดูว่าเค้กบ้านคนจนปีละ 2.7 แสนหน่วย ถ้าจะให้การเคหะฯทำเพียงลำพังก็คงจะหนักเกินไป เพราะถ้าจะต้องเนรมิตปีละ 2-3 แสนหน่วยจริงๆ ก็คงต้องใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างอย่างมโหฬาร แต่ต้องไม่ลืมว่าภาพหลอนของการบริหารจัดการโครงการบ้านเอื้ออาทรในอดีตที่มีการคอร์รั่ปชันมโหฬาร ยังเป็นทุกขลาภติดตัวการเคหะฯมาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้ แอบไปสอบถามความสมัครใจภาคเอกชนมาบ้างแล้ว ในเชิงไอเดียทุกคนขานรับ แต่พอบอกว่าต้องร่วมทุนกับหน่วยงานรัฐ บอกให้ก็ได้ว่าแทบทุกคนถอยฉากไปตั้งการ์ดกันหมด เงื่อนไขคือ
➡ 1. ทำเลต้องดีจริงๆ เพราะคัมภีร์อสังหาริมทรัพย์คือ “ทำเล ทำเล และทำเล”
➡ 2. เรื่องคุณภาพชีวิต เอกชนเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็มีต้นทุนพ่วงมาด้วย เข้าทำนองของฟรีไม่มีในโลก ตอนนี้การบริหารนิติบุคคลบ้าน-คอนโดฯ มีค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือนตก 35 บาท/ตารางวา หรือตารางเมตรก็ว่าไป คำนวณแล้วเฉลี่ยเดือนละ 700-800 บาท รับได้หรือไม่ เพราะถ้าต่ำกว่านี้ก็ไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีได้ (เอกชนเขาว่ามาอย่างนั้น) โจทย์ข้อนี้ ถ้าจำเป็นก็คงหนีไม่พ้นรัฐบาลต้องมาอุดหนุนอีกนั่นแหละ เงินภาษีทั้งนั้น และอย่าลืมว่าบ้านเอื้ออาทรหรือบ้านยั่งยืนของการเคหะฯทุกหน่วยจำกัดราคาขายไม่เกิน 3-5 แสน ต้นทุนสร้างจริงทำไม่ได้หรอก วิธีการคือใช้เงินภาษีไปอุดหนุนหน่วยละ 8 หมื่นบาท บ้านคนจนรอบนี้ไม่รู้ว่าต้องอุดหนุนอะไร และจำนวนเท่าไหร่
➡ 3. รัฐบาลจะเอาที่ดินมาให้เช่าระยะยาว 50-90 ปี เอกชนเป็นคนลงทุนก่อสร้างและขาย เงื่อนไขเอกชนคือรัฐบาลหาที่ดินให้ไม่พอ แต่จะต้องให้แบงก์รัฐ (ธอส. ออมสิน กรุงไทย) ตั้งวงเงินมาปล่อยกู้ซื้อบ้านคนจนด้วย จึงจะมีโอกาสทำได้จริง เพราะสร้างมาแล้วต้องขายได้ด้วย เรื่อง นี้ไปทำการบ้านมาจึงเข้าใจกระจ่างแจ้งมากขึ้นเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าบ้านเอื้อ อาทรหรือจะใช้ชื่ออะไรก็แล้วแต่เอาเป็นว่าซื้อบ้านในโครงการของการเคหะฯก็ แล้วกันมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงที่สุดในตลาดเงินกู้ กล่าวคือสูงถึง 55% แปลว่าขอกู้ 100 ราย แบงก์ปฏิเสธ 55 ราย
➡ 4. ถ้าต้องทำจริงๆ เอกชนเขาอยากเป็นอิสระ เข้าใจว่าคงไม่อยากติดร่างแหเวลาจะได้ความดีความชอบ (ฮา) แต่พอถามว่าจะช่วยกันสร้างได้คนละกี่หลังกี่หน่วย ปรากฏว่าส่วนใหญ่แบไต๋ออกมา คนละ 1,000-2,000 หน่วยเท่านั้นเอง แถมบริษัทที่มีความพร้อมก็มีไม่กี่รายอีกต่างหาก
แค่ยกแรกก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ขอส่งแรงเชียร์รัฐ+เอกชนสู้ๆ นะคะ Thailand Stronger Together ค่ะ
More articles by »
Written by: Admin
Tags: , ,

About the Author

Admin





 
 

 
HOME

*+รีบอ่าน!! แก้เคล็ด 7 ลักษณะ บ้านนี้อยู่แล้วจะจน+*

     คงไม่มีใครอยาก “จน” ทุกคนก็คงอยากรวย มีอิสระทางการเงินกันทั้งนั้น บางคนอาจส...
by Admin
0

 
 
13962539_1127500843962643_3208488427260193933_n

*+อายุ 50 ปี กู้ได้!! กับโครงการบ้าน ธอส. เพื่อผู้สูงอายุ เริ่ม 15 ส.ค.นี้+*

     ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขานรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างความมั่นคงในการดำรง...
by Admin
0

 
 
home1

*+สูตร 5+1 กู้ซื้อบ้านผ่านฉลุย! สาระสำหรับคนอยากมีบ้าน ต้องอ่าน!+*

   เศรษฐกิจไม่ดีทีไร กู้เงินซื้อบ้านช่างยากเย็นเสียนี่กระไร แต่ในวิกฤตก็มักจะม...
by Admin
0

 

 
A1

*+แฉบ้านหรูบริษัทดัง ตอกเสาเข็มไม่ได้มาตรฐาน ขุดเสาทิ้งไว้เกือบปี เจ้าของบ้านสุดช้ำ!!+*

ลูกบ้านโครงการหรูของบริษัทดัง ตั้งกระทู้ระบายอัดอั้น บ้านซื้อมา 2 ปี เจอปัญหารอ...
by Admin
0