บทความ

June 10, 2016

*+กทม. เตือนระวังโรคมือ เท้า ปาก ระบาดเด็กเล็ก พบป่วยแล้วกว่า 2 พันราย+*

กทม. เตือนผู้ปกครองและศูนย์เด็กเล็กหมั่นดูแลสุขอนามัยเด็ก ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ช่วงเปิดเทอม หลังพบ 5 เดือนแรกของปี 2559 มียอดผู้ป่วย 2,493 ราย ชี้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเสี่ยงป่วยสูง
โรคมือ-เท้า-ปาก1
   นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคมือเท้า ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -31 พฤษภาคม 2559 พบยอดผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก สะสม จำนวน 2,493 ราย คิดเป็นอัตราป่วยสะสม 43.80 รายต่อประชากรแสนคน แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคมือ เท้า ปาก
โดยช่วงอายุที่พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก แบ่งได้ ดังนี้
   – อันดับ 1 ช่วงอายุ 0-4 ปี
   – อันดับ 2 ช่วงอายุ 5-9 ปี
   – อันดับ 3 ช่วงอายุ 10-14 ปี
   และ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2559 กับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 พบว่า มีรายงานผู้ป่วยจำนวน 1,664 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในปี 2559 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวน 849 คนหรือร้อยละ 51.02
   สำหรับ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี และมักจะพบการระบาดในสถานรับเลี้ยงเด็กโรงเรียนอนุบาลและสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงเปิดเทอมและเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอาจทำให้โรคมือ เท้า ปาก มีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้น จึงอยากขอให้ผู้ปกครองและศูนย์เด็กเล็กร่วมกันการป้องกันการเกิดโรคมือ เท้า ปาก โดยวิธีดังต่อไปนี้
   1. ให้คำแนะนำสุขอนามัยส่วนบุคคลแก่บุตรหลานและผู้ดูแลเด็กโดยเฉพาะหมั่นล้าง มือบ่อย ๆ และตัดเล็บให้สั้น รวมทั้งล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนการปรุงอาหาร ภายหลังการขับถ่ายหรือสัมผัสน้ำมูกน้ำลายหรืออุจจาระเด็ก​
   2. เน้นการรักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร อาทิ การใช้ช้อนกลางหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำร่วมกัน​
   3. ควรให้เด็กอยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดีไม่พาเด็กเล็กไปในที่แออัด
   4. หมั่นสังเกตอาการของโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก หากพบเด็กที่ป่วยด้วยการมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน เริ่มมีอาการเจ็บปากกลืนน้ำลายไม่ได้ และไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้นเหงือกและกระพุ้งแก้มจะพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดง เล็กที่ฝ่ามือนิ้วมือฝ่าเท้า ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสบริเวณรอบ ๆ อักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ ต้องรีบแยกเด็กป่วยออกจากเด็กคนอื่น ๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ และให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ
   นอก จากนี้ ยังควรต้องหมั่นทำความสะอาดสถานที่ รวมทั้งวัตถุในบ้านโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะสิ่งที่เด็กมักจะสัมผัสบ่อย ๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได ภาชนะใส่น้ำ และเครื่องเล่นของเด็ก เป็นต้น
   สำหรับ การทำความสะอาดเครื่องเล่นของเด็กนั้น อาจใช้ช้ผงซักฟอกหรือสบู่ทำความสะอาดก่อนแล้วตามด้วยน้ำยาฟอกขาว เช่น คลอรอกซ์ไฮเตอร์ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างเช็ดและแช่ด้วยน้ำสะอาด เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างส่วนการทำความสะอาดของเล่นเด็ก ส่วนของเล่นเด็กหรือเครื่องใช้ที่เด็กอาจนำเข้าปากได้นั้น ใช้สบู่หรือผงซักฟอกทำความสะอาด และนำไปผึ่งแดดให้แห้ง
🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸
ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com

About the Author

Admin





 
 

 
thumb

*+5 โรคร้ายถามหา หาก “กลางวันง่วง กลางคืนตาสว่าง”+*

เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ และวัยทำงานหลายคนน่าจะเคยมีอาการแ...
by Admin
0

 
 
มะเร็ง2

*+รู้ไว้ก่อนจะสาย!! 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง อ่านสักนิด เพื่อคนที่คุณรัก+*

ถ้าพูดถึงโรคมะเร็งกันแล้ว หลายๆคนต้องกลัวโรคนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าโรคนี้จะเก...
by Admin
0

 
 
food

*+10 อาหาร “ต้องห้าม” ยามเป็น “โรค”+*

เคยไหม?ที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยาย หรือ คุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่...
by Admin
0

 

 
น้ำเต้าหู้1

*+เตือน !! น้ำเต้าหู้ ดื่มมากไป อันตรายมาก ก่อโรคร้ายต่อไปนี้+*

     นักวิชาการถกเถียงกันเรื่องการดื่ม น้ำเต้าหู้….บ้างก็ว่าดื่มมากๆเป็นเรื่องด...
by Admin
0

 
 
4-vitamin-C

*+เคล็ดลับ กำจัดอาการภูมิแพ้ ด้วย 4 อาหารใกล้ตัว ไม่มีผลข้างเคียง+*

      หมดกังวลกับคนที่ชอบแพ้อากาศ ทานยารักาาตัวเองขนาดไหนก็ยังไม่หายสักที วันนี...
by Admin
0