บทความ

September 14, 2015

*+เรื่องราวข้ามภพ ข้ามชาติที่เกิดขึ้นจริง!!! ชวนให้ขนลุกตามทุกบรรทัด (ต่อตอนที่6-8)+*

ข้ามภพ1-350

ใครยังไม่ได้อ่าน ภาค 1-5 อ่านได้จากที่นี่นะคะ  >> http://bit.ly/1F7UdAd
ตอน 6 ……พบ…ภพ ( ภาค1 )
“อมรศรี…เธอโกหกฉันรึเปล่า? บอกมาซิว่าบัวคลี่ยังไม่ตายจริงๆ…”
อวรรณจับมืออมรศรีเขย่าแรง…พูดเสียงดังจนแม่ที่นอนอยู่ข้างๆสะดุ้งนิดหนึ่ง
แม่พลิกตัวตะแคงหันหลังกลับไปนอนเงียบอีกครั้ง….
ทั้งสองหันมามองแม่…เมื่อเห็นว่าแม่เงียบไปแล้ว อรวรรณลดเสียงลงจนเกือบกระซิบถามย้ำอมรศรีอีกครั้ง
“… เธอรู้ได้ยังไงว่าบัวคลี่ยังมีชีวิตอยู่ ? …”
“..รู้สิ…เพราะหลังจากที่บัวคลี่เดินออกจากวัดไปในวันนั้นไม่กี่ปี…ฉันได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่บัวคลี่ส่งมาให้ฉันเสมอ…”
อมรศรีพูดชัดถ้อยชัดคำ…
“…บัวคลี่ต้องรู้ว่าฉันตาย…จึงตักบาตรทำบุญมาให้ฉันบ่อยๆ…นั่นหมายความว่าบัวคลี่ยังมีชีวิตอยู่…
ส่วนคนอื่นตายกันไปเมื่อตอนที่อายุมากแล้ว
ฉันรู้….ว่าวันหนึ่งเธอต้องกลับมา… จิตของเธอก็ยังผูกพันอยู่กับบัวคลี่และพวกเรา…ฉันจึงไปไหนไม่ได้…
ฉันรอเธอมานานหลายปีเพื่อที่จะบอกให้เธอทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบัวคลี่…
อรวรรณมองหน้าอมรศรีอย่างประหลาดใจ….
“เธอสัญญาว่าจะเป็นคนสอนรำโนราห์ให้บัวคลี่หลังจากเธอได้ครอบครูแล้ว…จำได้มั้ย ?”
อรวรรณผงกหน้าช้าๆ….
“ เธอต้องไปตามบัวคลี่ ..ตอนนี้บัวคลี่อายุมากแล้ว เธอมีเวลาไม่มากนักนะเอมอร….
พรุ่งนี้ไปเอาสร้อยข้อมือที่บัวคลี่ฝังไว้ที่ใต้ฐาน……”
อมรศรีหยุดพูดไปนิดหนึ่ง…….
“ ที่..ใกล้…ฐานเจดีย์จีน7ชั้นที่วัดกลางนะ…” อมรศรียิ้ม….
“ศรัทธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นนะ…ที่จะช่วยให้เธอค้นพบ…”
อมรศรีลุกขึ้นเดินไปข้างหมอน เอื้อมหยิบพวงมาลัยยื่นให้อรวรรณ
“…นำพวงมาลัยไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น….
ขอพรให้ท่านเปิดทางให้เธอเพื่อได้พบสร้อยตามต้องการนะเอมอร “
…………………………………………………………….
เสียงนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กของแม่ร้องเตือนบอกเวลา…
อรวรรณสะดุ้งตัวเล็กน้อย หันไปมองนาฬิกาบนโต๊ะที่หัวเตียง…. ตี3แล้ว…
เธอหันกลับมามองอมรศรี….
อมรศรีหายไปไหน?..!!!
อรวรรณเหลียวซ้ายมองขวาเหมือนตื่นจากภวังค์….
” นี่เราละเมอหรือเปล่า ? “
อรวรรณนึกในใจ…แต่เมื่อก้มลงมองในมือ…. พวงมาลัยที่อมรศรียื่นมาให้เมื่อครู่ยังอยู่….!!!
เธอล้มตัวลงนอนข้างแม่อีกครั้ง….วางพวงมาลัยไว้ข้างหมอนเหมือนเดิม ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มแล้วค่อยๆหลับตาลง
แม่ที่นอนหันหลังอยู่บนเตียงข้างๆเธอ ยังลืมตาโพลง….
น้ำตาของแม่ไหลหยดลงหมอน….
แม่พลิกตัวกลับมากอดอรวรรณที่หลับไปแล้ว
มองลูกสาวอย่างเอ็นดู หอมหน้าผากครั้งหนึ่ง ก่อนใช้มือปิดโป๊ะไฟที่หัวเตียง….
…………………………………………………………….
แม่ปลุกอรวรรณเมื่อสาย…พ่อกับน้องก็ตื่นแล้ว….พ่อบอกว่าวันนี้เรามีเวลา เหลือเพียงวันเดียวที่อยู่สงขลา…ต้องกลับกรุงเทพฯเย็นนี้แล้ว
“ วันนี้พ่อกับแม่จะพาอรไปทำบุญและทำสังฆทานให้เพื่อนๆเหล่านั้น พร้อมเลี้ยงเพลพระที่วัดกลางนะ….”
พ่อบอกอรวรรณ…..
อรวรรณนึกสงสัยว่าพ่อกับแม่รู้ได้อย่างไร???
“ เมื่อคืนนี้แม่ไม่ได้หลับทั้งคืนนะอร..” แม่กระซิบบอกลูกสาว
อรวรรณตะลึงแล้วโผเข้ากอดพ่อกับแม่และน้อง…..พ่อกับแม่เข้าใจเธอดีแล้ว….
แม่ค่อยๆรินน้ำจากที่กรวดน้ำทองเหลืองรดใต้พุ่มแก้วที่หน้าหอเพลในวัดกลาง
อรวรรณแตะมือแม่….
“..อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย ขอบุญนี้จงสำเร็จแก่ด.ญอมรศรีและเพื่อนๆของด.ญเอมอรทั้ง7 ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว… รวมทั้งญาติมิตรทั้งหลายของข้าพเจ้าที่ล่วงลับไป… จงมีความสุขกายสุขใจด้วยเถิด”
…………………………………………………………….
เสียงแม่ท่องบทกรวดน้ำผสมกลมกลืนไปกับเสียงพระสวดจากหอฉันที่ลอยมาจนถึงที่นั่งกรวดน้ำ….
อรวรรณค่อยๆประคองแม่ให้ลุกขึ้น…..
เธอหลับตา…ยื่นหน้าไปสูดกลิ่นดอกแก้วที่บานสะพรั่งบนต้นซึ่งกำลังส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว
“..หอมจังค่ะแม่..”
ยังไม่ทันก้าวขาเดินกลับเข้าโรงฉัน…..!!!!!!!!!!!!
คุณยายอายุมากแล้วจำนวน 7 คนและ เด็กสาววัยแรกรุ่นคนหนึ่ง แต่งกายด้วยเสื้อแบบเรียบง่าย….ต่างแบบต่างสี สวมผ้าถุงไทยภาคใต้ลวดลายงดงาม กำลังนั่งพนมมือไหว้ก้มรับส่วนบุญส่วนกุศลตรงหน้าที่อรวรรณและแม่เพิ่งจบบท สวดลงไปเมื่อสักครู่…..
คนทั้ง 8 ค่อยๆเงยหน้าขึ้นยิ้มกรุ่นละไม….
เด็กสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่เงยหน้าขึ้นคืออมรศรีนั่นเอง….!!!!!!!!
เสียงพระสวดดังขึ้นพร้อมๆกับที่อรวรรณและแม่สาวเท้าไปหาพ่อกับน้องที่นั่งอยู่ข้างในหอฉันโดยมิได้สังเกต……
…………………………………………………………….
บ่ายแก่ๆ อรวรรณและครอบครัวนำพวงมาลัยไปไหว้ที่เจดีย์จีน 7 ชั้น เธอถอดสร้อยคอหลวงพ่อทวดวัดช้างไห้ที่ใส่ติดคอมาตลอด ยกมือขึ้นไหว้พร้อมอธิษฐาน แล้ววางไว้กับพวงมาลัยที่ปีกหลังคาเจดีย์ชั้นแรก
หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้ที่พ่อและครอบครัวให้ความเคารพและศรัทธาอย่างสูง
พ่อ แม่ ลูก ยืนพนมมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้พบร่องรอยของแหล่งที่ซ่อนห่อผ้า…
ทุกคนเดินดูฐานรอบเจดีย์จีน 7 ชั้นเพื่อสังเกตดูว่าที่ตรงไหนน่าจะเป็นที่ฝังสร้อยข้อมือ…..
แต่ต้องแปลกใจ เพราะฐานเจดีย์จีนขณะนี้กลายเป็นกระเบื้องปูทับพื้นดินไปแล้ว….
หากของที่ต้องการซ่อนอยู่ใต้ฐานเจดีย์จีนยังอยู่ ก็คงไม่สามารถนำกลับขึ้นมาได้….
อรวรรณมีสีหน้าผิดหวัง….
“ อมรศรี…ไหนเธอบอกว่าห่อผ้าอยู่บริเวณนี้ยังไงล่ะ ?” เธอบ่นเบาๆ…
“ เธออยู่แถวนี้รึเปล่า? บอกฉันสิ..”
บรรยากาศรอบข้างมีแต่เสียงเงียบ……
…………………………………………………………….
“ มาทำอะไรแถวนี้กันล่ะโยม…เห็นเที่ยวก้มๆเงยๆเหมือนกำลังหาของ ”
พระรูปหนึ่งที่กำลังเดินกลับเข้าพระอุโบสถเอ่ยถามด้วยความสงสัย…..
“ มาหาดูของที่ใต้ฐานเจดีย์นี้นิดหน่อยครับหลวงพ่อ….”
” หลวงพ่อครับ พื้นกระเบื้องนี้ถูกปูมานานรึยังครับ “ พ่อถามด้วยความอยากรู้
“ หลายปีแล้วล่ะโยม… แต่ก่อนแถวนี้ก็เป็นพื้นดินหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญก็ตามมา วัดวาอารามก็ได้ถูกปรับปรุงบูรณะ…ทางเดินที่เคยเป็นดินแฉะๆเวลาฝนตกก็ถูก ปูด้วยกระเบื้องเพื่อความสะดวกในการเดินอย่างที่เห็นนี่ล่ะโยม..”
พระท่านยืนเล่าด้วยท่าทีสงบ….
“ ขอรับหลวงพ่อ กระผมคงไม่รบกวนหลวงพ่อแล้วล่ะขอรับ…”
พ่อยกมือไหว้หลวงพ่ออีกครั้ง แม่และลูกไหว้พระพร้อมพ่อ….
“ ไปเถอะลูก….รีบไปเอารูปที่ลูกสั่งไว้ที่ร้าน เดี๋ยวกลับกรุงเทพฯไม่ทัน “ แม่บอกอรวรรณ
“ ลูกแน่ใจนะ ว่าลูกได้ยินมาไม่ผิด “ พ่อถามด้วยความสงสัย
“ ลูกได้ยินไม่ผิดหรอกพ่อ ” แม่ตอบแทนอรวรรณ….
อรวรรณมีสีหน้าที่ผิดหวัง แล้วทั้งสี่ก็หันหลังให้กับเจดีย์…เดินออกจากวัดเพื่อขึ้นรถไปร้านรูปถ่ายทันที….
…………………………………………………………….
ตอน 6 ……พบ…ภพ ( ภาค2 )
เมื่อถึงร้านถ่ายรูป ทุกคนชอบใจเมื่อเห็นรูปที่สั่งไว้ ถูกใส่กรอบไม้ลายโบราณสวยงามเข้ากันดีเหลือเกิน
แต่ยังไม่ทันจะออกจากร้าน….อรวรรณนึกขึ้นได้ว่าลืมพระไว้ที่เจดีย์….ทุก คนจึงต้องเสียเวลารีบกลับไปวัดอีกครั้งด้วยความเร่งรีบ….
นั่งรถแท็กซี่มาถึงวัด พ่อบอกโชเฟอร์ว่าให้รอที่หน้าวัด จะเข้าไปเอาของ แล้วฝากกระเป๋าไว้ในรถ
แม่ถือกรอบรูปจูงมือน้องตามเข้าไปด้วย….
ทั้งครอบครัวรีบเดินเข้าวัด…แต่แปลกใจว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าวัดไปได้ไม่กี่ก้าว ไม่เจอพระสักรูป…
ผู้คนที่น้อยอยู่แล้วก็มาหายเงียบไปไหนกันหมด ? ก่อนออกไปยังมีคนอยู่บ้าง พระก็ยังอยู่ตามศาลา ให้นึกแปลกใจยิ่งนัก
เดินมาถึงพระอุโบสถที่ได้กราบพระเมื่อวานนี้ก่อนถึงเจดีย์จีน….
พระรูปหนึ่งยืนอยู่ตรงรั้วหน้าอุโบสถ….
ทุกคนแปลกใจ…ท่านมาตอนไหน? เมื่อสักครู่ยังไม่เห็นมีใครอยู่แถวนั้นเลย…
ดูเหมือนท่านยืนรอคนทั้งครอบครัวด้วยความตั้งใจ…น่าแปลก..ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขากำลังเดินมา?
ท่านดูน่าเลื่อมใส….สงบ และมีบารมี….
พ่อ แม่ และลูกๆ เข้าไปใกล้ๆ ค่อยๆนั่งลงยกมือไหว้….
เกิดความรู้สึกแปลกเข้ามาในหัวใจ….
“ ไม่ต้องรีบหรอกนะโยม….โยมเอ้ย…สิ่งที่เราต้องการค้นหานั้น บางครั้งมันก็อยู่ใกล้ตัวเรานี่ล่ะ…เหมือนแว่นตาที่เราวางไว้บนหัว แล้วเราเที่ยวถามหาใครๆว่า แว่นของฉันหายไปไหน….
ที่จริงแล้วไม่ได้ไปไหน…อยู่ที่เราเองนั่นล่ะ…เพียงแต่เราไม่มีสมาธิ ไม่ตั้งจิตให้แน่วแน่ และไม่ตั้งมั่นในศรัทธา…เราจึงมองไม่พบนะโยม….”
…………………………………………………………….
“ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาเท่านั้นนะ…ที่จะช่วยให้เธอค้นพบ…”
อรวรรณนึกถึงคำพูดของอมรศรี….ครั้งนี้ตระหนักแล้วว่าที่อมรศรีพูดนั้นคืออะไร?
…………………………………………………………….
ทุกคนก้มลงไหว้พระอีกครั้ง….. ศรัทธาและความเชื่อมั่นแล่นเข้ามาในสมอง แล้วส่งไปถึงส่วนลึกของจิตใต้สำนึกลงไปถึงจิตวิญญาณ……
เมื่อก้มกราบพื้นอีกครั้ง เกิดความประหลาดขึ้นในสมอง….เหมือนมีแสงวาบวาวอยู่ในความมืดขณะหลับตา
…สมองและร่างกายเหมือนถูกเขย่าอย่างแรง…
ภาพความมืดในดวงตาเหมือนจอโทรทัศน์ที่ถูกปิด ดับพร่ามืดมน……
มีแต่ลายลูกน้ำจุดสีขาวสลับดำเต็มหน้าจอไปหมด…..
แล้วก็ติดภาพขึ้นบนจอโทรทัศน์ในสมองของอรวรรณขึ้นอีกครั้ง….!!!!!!!!!!!!!!
เหมือนเปิดรับสัญญาณภาพอีกช่องหนึ่ง หรือมิติหนึ่งได้ในทันที…..!!!!!!!!!!!!!
ภาพในอีกมิติที่เห็น….มันเป็นเวลาเย็นแล้ว…..
เป็นเวลาเดียวกับที่อรวรรณและครอบครัวกำลังนั่งกราบหลวงพ่ออยู่ที่นี่….เวลานี้……
…………………………………………………………….
“ หลวงพ่อครับ….จะให้ผมมาปูพื้นกระเบื้องที่ฐานเจดีย์นี่เมื่อไหร่ครับ ? ”
ชายแต่งตัวมอซอ เสื้อผ้าเก่า เหมือนคนงานก่อสร้าง มีอุปกรณ์ทำงานบางชิ้นถืออยู่ในมือและวางไว้ข้างกาย…เหงื่อไหลโทรมจนคอ เสื้อและแผ่นหลังชื้นไปด้วยน้ำ…..
เขายกมือไหว้ถามหลวงพ่อที่ข้างๆเจดีย์จีน
“ แล้วแต่โยมสะดวกนะ…เร็วหน่อยก็ยิ่งดี เพราะใกล้หน้าฝนเข้ามาทุกที…สงสารชาวบ้านแถวนี้เวลาจะมาทำบุญก็เดินลำบากนัก ”
หลวงพ่อพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ…
“ครับๆหลวงพ่อ….พรุ่งนี้ผมจะรีบจัดการให้เลยนะครับ “
ชายดังกล่าวยกมือไหว้หลวงพ่ออีกครั้ง…
………..ภาพในสมองตัดไปที่รั้วริมโบสถ์อีกภาพหนึ่ง……………
…………………………………………………………….
วิญญาณของอมรศรีที่ตายไปแล้วได้ยินที่หลวงพ่อคุยกับชายคนนี้ถนัดหู…..
เธอใจหายวาบ….
“ ใต้ฐานเจดีย์มีผ้าห่อสร้อยข้อมือของเอมอร !!!!! “ เธอรำพึง…”
อมรศรีวิ่งออกจากโบสถ์ไปที่ฐานเจดีย์จีนองค์นั้นอย่างเร็วที่สุด….
พระกับคนงานเดินลับหายไปแล้ว…..
เธอทรุดตัวนั่งที่ข้างฐานเจดีย์ รีบใช้มือปัดหญ้าบนหน้าดิน….ลุกขึ้นไปหักกิ่งไม้บริเวณนั้น แล้ววิ่งมาขุดดินตรงที่ซ่อนห่อผ้าอย่างรีบร้อน…. สองมือของเธอพุ้ยดินสลับกับใช้กิ่งไม้ด้วยความรวดเร็ว…….
ผมสั้นของเธอสะบัดพลิ้วไปมา ลำตัวโยกขึ้นลงตามจังหวะที่ขุด ดูไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
ชายผ้าฝ้ายที่ดูเก่า สีคล้ำไปด้วยดินโผล่ขึ้นมา…..
เธอทิ้งไม้ ใช้สองมือแหวกดินด้วยความรีบร้อน….ค่อยๆใช้มือแซะดินรอบห่อผ้า หยิบมาไว้ในอุ้งมือ
ผ้าห่อสร้อยข้อมือที่ร้อยด้วยลูกปัดโนราห์ของเอมอรอยู่ในมือเธอแล้ว…..
เธอยืนหันรีหันขวาง มองซ้ายมองขวา เพื่อหาที่ซ่อนห่อผ้าที่ใหม่….
….ต้นโพธิ์ตรงริมสนามฝั่งตะวันตกนั่น…ดีที่สุด….!!!!!
อมรศรีรีบวิ่งตัดสนามหญ้าไปที่ใต้ต้นโพธิ์ต้นนั้นทันที….
เธอนั่งลง วางห่อผ้าไว้ข้างตัว ใช้กิ่งไม้ขุดดินที่ใต้ต้นโพธิ์อีกครั้งทันที……..
เธอก้มลงขุดดินอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ดูเธอเร่งรีบเหลือเกิน…….
ก้มๆเงยๆอยู่ครู่ใหญ่ก็ขุดหลุมได้อย่างที่ใจต้องการ
เธอหยิบห่อผ้าหย่อนลงหลุม….รีบกอบดินที่ขุดขึ้นมากลบทับลงไป…..เหมือนจะให้เสร็จในทันที…..
“…สร้อยของเอมอรต้องไม่ถูกฝังไว้ที่นั่น…”
เธอพูดไปพร้อมมือที่กลบดินไม่ขาดระยะ…ลุกลี้ลุกลนที่สุด….
…………………………………………………………….
…………………………………………………………….
อรวรรณสะดุ้งขึ้นจากภาพที่เห็นในสมองทั้งมวล……ภาพทุกภาพ…เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์….
มันเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว….
เธอลืมตาขึ้นจากไหว้พระ หลวงพ่อที่ก้มกราบหายไป…..!!!!!!!!!
“ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาจะช่วยให้เธอค้นพบ…..”
เสียงอมรศรีแว่วในสมองของอรวรรณอีกครั้ง…….
อรวรรณลุกขึ้น วิ่งออกจากหน้าโบสถ์ที่กำลังไหว้หลวงพ่อ…ตรงดิ่งไปที่เจดีย์ จีน 7 ชั้นทันที
พ่อ แม่ และน้องรีบสาวเท้าตามเธอมา……
พ่อตามมาถึงเจดีย์ ยื่นมือไปหยิบสร้อยคอหลวงพ่อทวดไว้ในกำมือ ยกมือไหว้แล้วหย่อนลงใส่กระเป๋าเสื้อ
อรวรรณยืนตรงหน้าเจดีย์ กวาดตามองรอบทิศ….ภาพไปสะดุดตรงต้นโพธิ์เลยสนามหญ้าฝั่งตรงข้ามเจดีย์
มองเห็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งพุ้ยดินอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้นอย่างร้อนรน…..อมรศรีอยู่ที่นั่นเอง….
อรวรรณวิ่งตัดสนามหญ้าอย่างรวดเร็ว…..ตรงดิ่งไปที่อมรศรี…..แต่ละก้าวที่วิ่งรู้สึกช้าเหลือเกิน ……
….เธอทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าอมรศรี….
อมรศรีไม่รู้ว่าเอมอรเพื่อนรักในชาติก่อนที่กลายมาเป็นอรวรรณในชาตินี้อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว…..
สองมือของวิญญาณเด็กสาวในอดีตกำลังกลบดินด้วยความรีบเร่ง…..
ถูกอีกสองมือนุ่มๆที่มีจิตวิญาณและตัวตนจริงๆในชาตินี้คว้าไว้…แล้วกุมแน่น….
มือทั้งสองคู่ที่อยู่กันคนละภพ คนละมิติ….จากอดีตชาติสู่ปัจจุบัน…เกาะกุมสัมผัสเชื่อมต่อกันในเวลา เดียวกัน สถานที่เดียวกัน….จากเพื่อนที่รักกันมายาวนานนับศตวรรษ…..
วินาทีมาบรรจบกันราวกับประตูของกาลเวลาทั้งสองภพได้ถูกเปิดออกในทันที…!!!!!!!!
อมรศรีสะดุ้ง….เธอเงยหน้าขึ้นมาปะทะหน้าของอรวรรณ…..
ตาคมเข้มลึก ดูมีประกายของเด็กสาวชาวใต้แท้ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรักที่รอคอยมานานเหลือเกิน…..
น้ำใสๆเอ่อเต็มขอบดวงตาของทั้งสองคนหยดลงแก้มอย่างรวดเร็ว….
“ …….เอมอร………..”
อมรศรีตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนมีสิ่งใดจุกอยู่ที่คอ….
ทั้งสองโผกอดกันแน่น…..ทำนบน้ำตาไหลจนเหมือนฝนใต้กระหน่ำ…..
ท้องฟ้าครึ้ม เมฆบดบังแสงอาทิตย์….นกพิราบที่หลังคาโบสถ์ทั้งฝูงบินว่อน…..
ลมแรงพัดปลายยอดมะม่วงและต้นไม้สูงในวัดโอนเอนไปมา…..
ปอยผมของเด็กทั้งสองคนปลิวไสวตามสายลม….
“อมรศรี ฉันขอบใจเธอมากนะ…ฉันขอบใจเธอจริงๆ…” อรวรรณพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาอาบใบหน้า….
…………………………………………………………….
เมื่อลมสงบ…เด็กทั้งสองผละออกจากกัน…รีบช่วยกันลงมือขุดดินที่เพิ่งกลบไปขึ้นมาอีกครั้ง….
มือทั้งสองคู่กอบดินขึ้นมากองไว้ข้างๆโดยไม่รู้ตัว ว่าพ่อ แม่ และน้องที่เดินตามมายืนดูอยู่ห่างๆ
ต่างตะลึงในภาพที่เห็น……
ลูกสาวอยู่กับเพื่อนที่จู่ๆก็โผล่มาจากที่ไหนสักแห่งโดยไม่ทันได้สังเกต…..
ทุกคนได้เห็นเพื่อนที่รักต่างภพของอรวรรณแล้ว
ห่อผ้าที่เก็บสร้อยข้อมือมานานหลายปีถูกอมรศรียัดใส่มือของอรวรรณ….
อรวรรณค่อยๆคลี่ผ้าสีคล้ำดินที่เก่าจนเปื่อยออก……
ลูกปัดที่ใช้ร้อยเป็นชุดโนราห์ของภาคใต้หลายเม็ด ถูกร้อยเรียงสลับกันเป็นสร้อยข้อมือหลวมๆอยู่ในเส้นเดียวกัน…..มีทั้งสี น้ำเงิน แดง เหลือง เขียว ฟ้า ขาว และส้ม …
แม้สีของลูกปัดจะซีดไปแล้ว หลายเม็ดมีรอยฝุ่นดินเกาะจนหมองหรือคล้ำดำไปบ้าง แต่ยังคงมีเอกลักษณ์เป็นลูกปัดชุดโนราห์อยู่เช่นเดิม…..
อมรศรีค่อยๆถอดแหวนที่นิ้วมือของเธอออกมา….มันคือแหวนนะโมซึ่งเป็นเครื่อง รางของขลังผ่านการปลุกเสกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งยื่นให้อรวรรณอีกชิ้นหนึ่ง…..
“ เอมอร….นี่เป็นแหวนที่ฉันรักที่สุด…ฉันใส่แหวนนะโมวงนี้ติดตัวไม่เคยถอดออกจากนิ้วของฉันเลย
ถ้าเธอพบบัวคลี่…ฝากไปให้ด้วยนะ…บอกเธอว่าพี่สาวคนนี้ไม่เคยลืมน้องได้เลย….”
น้ำตาของอมรศรีได้ไหลออกมาอีกครั้ง….
“ไปได้แล้วนะ….เดี๋ยวไม่ทันขบวนรถไฟ…..” อมรศรีกุมมืออรวรรณแล้วดึงอรวรรณให้ลุกขึ้น…..
อรวรรณกำห่อผ้าแน่น ก้าวเท้าเดินรี่ไปที่ครอบครัว ก้มลงหยิบกรอบรูปที่มือของแม่ขึ้นมา….
มองดูเพื่อนๆทั้ง 10 คนในรูปอีกครั้ง….
“ พี่อร…นั่นเพื่อนพี่อรเหรอ? “ น้องชายชี้มือไปที่ใต้ต้นโพธิ์ที่อมรศรียืนอยู่….
อรวรรณหันกลับไปอีกครั้ง….|
อมรศรีและเพื่อนๆอีก7 คนที่เสียชีวิตไปแล้วในวัยที่แตกต่างกันกำลังมองมาที่อรวรรณ…
…………………………………………………………….
ภาพอีกภาพหนึ่งที่ซ้อนทาบเข้ามา…..
เด็กสาวที่มีวัยไล่เลี่ยกันทั้ง 8 คนยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมเหมือนในรูปถ่ายเมื่อปี 2470….
ขาดไปเพียง 2 คน คือบัวคลี่ และเอมอร…
รอยยิ้มของทุกคนที่มีให้เอมอรดูอบอุ่นและดีใจยิ่งนัก…..
“ กลับไปหาเค้านะ เค้าจะช่วยเธอ “ เสียงอมรศรีลอยมากระซิบที่ข้างหู
เธอยิ้มด้วยท่าทีปริศนาอีกครั้ง…….
(จบตอน 6 )
…………………………………………………………….

11150957_868802509870528_1325643981403988221_n

ข้ามภพ ข้ามชาติ ตอน 7
กรุงเทพมหานคร…
………………….
เช้าที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง….โรงเรียนของผมตั้งอยู่ริมคลองประปา สะพาน 99
ถนนประชาชื่น…
…………………..
ผมนั่งอยู่ที่ชั้น 9 ซึ่งเป็นห้องพักครูหมวดศิลปะที่อยู่ชั้นสูงที่สุดในโรงเรียน
…………………..
เด็กนักเรียนในสนามทั้งหญิงและชายกำลังเดินเรียงแถวเพื่อเข้าห้องเรียนกัน เหมือนสร้อยคอเส้นยาวสีขาวสลับน้ำเงินไขว้กันไปมาดูสวยงามตาน่ารัก….
…………………
….ก่อนคาบแรก ครูในหมวดศิลปะอยู่ในห้องพักครูกันทุกคน…ผมได้เล่าเรื่องแปลกๆเล็กน้อยให้ ครูในหมวดฯฟังว่าเมื่อคืนผมฝันถึงเจ้าอรหรืออรวรรณ…นักเรียนนาฎศิลป์ฝีมือ ดีของโรงเรียนเรา……
………………..
…..ผมฝันว่าผมกลับไปเที่ยวที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นบ้านเกิดอีกครั้งหลัง จากที่ไม่ได้กลับไปบ่อยนัก….เพราะจากที่นั่นมาหลายปีตั้งแต่ยังเป็นวัย รุ่น…
…ในฝัน…. ผมขับรถมอเตอร์ไซค์เที่ยวเล่นไปรอบๆตัวเมือง…เลาะเลี้ยวผ่านสถานที่ที่เคย ผูกพันในวัยเด็ก จนไปถึงถนนที่ผมชอบที่สุด…
…………………
…ถนนเวชรังษี…..ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับนามสกุลของผม…และมีสะพานเวชรังษีอยู่บนถนนสายนี้ด้วย !!!!!!!!
………………..
ถนนที่ต้นตระกูลผู้เป็นข้าราชการระดับศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้บริจาคที่ดินให้กับทางราชการเพื่อใช้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน….
ต้นตระกูลผมท่านคงร่ำรวยมากทีเดียว…..ผิดกับครอบครัวผมลิบลับ….!!!!!!!
…………………
ถนนเส้นนี้ตั้งอยู่หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด… ทอดยาวไปสู่ตัวเมืองนับ300เมตร…
ขณะขับรถไปบริเวณนั้น…
ผมเห็นอรวรรณลูกศิษย์ของเรากำลังยืนอยู่กับใครก็ไม่ทราบ…เป็นเด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน… หน้าตาคมขำ….
…………….
อรวรรณแต่งตัวสวยทันสมัย.. แต่เด็กอีกคนแต่งตัวเชยๆ…เสื้อเรียบๆ…ใส่ผ้าถุงเหมือนชาวบ้าน…. ผมจำหน้าเด็กคนนั้นได้…แต่ไม่รู้จัก…
……………..
เห็นทั้งคู่ยืนเก้ๆกังๆกันอยู่ตรงป้ายชื่อถนนชื่อเดียวกับนามสกุลผมนั่น ล่ะ… แต่เด็กทั้งคู่เค้าไม่เห็นผมหรอก….เด็กผู้หญิงคนที่ใส่ผ้าถุงชี้มือไปที่ ป้ายถนนเวชรังษี…..อรวรรณแหงนมองตาม…..
…………………………
ผมมองเธอทั้ง 2 ….แล้วก็ขับรถเลยไป…ไม่ได้ใส่ใจนัก…เพราะในฝันไม่รู้ว่านั่นคืออรวรรณ…..
มานึกได้ก็เช้าแล้ว…….
……………………………
น้องอ้อ น้องอ๊าฟ น้องเบียร์ ครูรุ่นน้องในหมวดศิลปะบอกว่าพี่กินเยอะแล้วเอาไปฝันรึเปล่า?….
…………………………….
อาจารย์จารุนันท์ หัวหน้าหมวดฯ แซวว่าคิดถึงศิษย์รักแน่เลย….ถึงได้เอาไปฝัน
…………
มีอาจารย์พรเพ็ญที่ชอบดูดวงให้ชาวบ้านคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่า
“เธอมีความผูกพันกับอรวรรณ”….
แล้วพวกเราก็ได้แต่หัวเราะกับเรื่องที่ดูไม่ค่อยมีสาระแบบนี้นัก…..
บ่ายๆใกล้โรงเรียนเลิก….. อรวรรณเดินก้มหลังโน้มตัวขอทางน้องๆเข้ามาที่ห้องพักครูของเรา…. ลัดเลาะผ่านนักเรียนม.3 ที่นั่งปักเย็บชุดการแสดงที่อาจารย์พรเพ็ญกำลังสอนอยู่……
แล้วมาขอพบผมกับอาจารย์จารุนันท์…..
…………………………………………………………….
อรวรรณมาขอคำปรึกษาด้วยเรื่องแปลกยิ่งนัก…
….เธอเริ่มต้นประโยคว่า…
……………….
“ อาจารย์เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด…การเห็นเหตุการณ์อะไรในอดีตซ้ำๆกัน บ่อยๆ..หรือเคยเชื่อเรื่องการที่เราสามารถสัมผัสกับจิตวิญญาณได้บ้างมั้ย คะ?…”
………………..
ผมกับอาจารย์จารุนันท์ บอกว่าเป็นเรื่องที่แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน….ถ้าเชื่อ ก็น่าจะมีหลักของวิทยาศาสตร์อธิบายได้…แต่อะไรที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีจริง…เพียงแต่ยังพิสูจน์ไม่ได้เท่านั้น…. และได้แต่ให้ข้อคิดในเรื่องการเดินสายกลาง…เชื่อ…ก็ต้องมีสติและเหตุผล ไม่เชื่อก็ควรหาข้อพิสูจน์ในโอกาสต่อไป….
…………………….
อรวรรณถามผมว่ายังจำเรื่องที่เธอเคยเล่าเรื่องที่เธอฝันซ้ำๆซากๆได้ มั้ย?…เธอเล่าให้ฟังเมื่อคราวที่เราไปจัดการแสดงเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมที่ ประเทศจีนเมื่อปีก่อน แล้วเราทำกิจกรรมเปิดใจกันในคืนหนึ่ง… ให้นักเรียนเล่าเรื่องที่อยู่ในใจมาคนละเรื่อง… เธอเลือกที่จะเล่าเรื่องนี้…ซึ่งเราทุกคนต่างก็สนเท่ยิ่งนัก…
……………………..
….อรวรรณเธอขอเล่าเรื่องนี้ต่อจากที่เคยเล่า…เธอบอกว่าเธอและครอบครัว เพิ่งกลับมาจากจังหวัดสงขลาได้3วัน… เธอปรึกษากับครอบครัวว่าจะต้องเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังเพื่อจุดประสงค์ บางอย่าง…….
……………………
ผมกับอาจารย์จารุนันทร์นั่งฟังเธอเล่าอย่างตั้งใจ…. เธอบอกว่าได้ไปเจอรูปที่ว่านั้นจริงๆที่ร้านเก่าในตัวเมืองสงขลา…..ได้พบ กับเพื่อนต่างภพชื่ออมรศรี….ได้ไปไหว้พระที่วัดมัชฌิมาวาสวรวิหารซึ่งมี ความสงบและสวยงามเหลือเกิน…จนกระทั่งได้ห่อผ้าใส่สร้อยลูกปัดข้อมือ…และ แหวนนะโมกลับมาด้วย….. เธอบอกว่าเธอต้องไปตามหาเพื่อนที่ชื่อบัวคลี่ที่พัทลุงซึ่งป่านนี้อายุคง ใกล้ 100 ปีแล้ว
………………………
ผมชะงักเล็กน้อยเมื่ออรวรรณเล่าถึงตอนนี้……บ้านเกิดผม….!!!!!!!
…เธอบอกว่าเพื่อนที่ชื่ออมรศรีพูดทิ้งท้ายว่า
“ กลับไปหาเค้านะ…เค้าจะช่วยเธอ…”
…………………
อืม…มีปริศนาต่อท้ายด้วยนะอรนะ…
…………………..
…..เธอเล่าให้ฟังต่อไปว่า….. เมื่อขึ้นรถไฟขบวนบัตเตอร์เวิร์ตซึ่งเป็นรถไฟขบวนตู้นอนแบบเป็นเตียงนอนกลับกรุงเทพฯ…
………………….
คืนนั้นเกิดเหตุการณ์แปลกๆอีกครั้ง… พอรถไฟถึงพัทลุงเกือบ3ทุ่ม… เธอง่วงนอนมาก…ได้ยินแม่ค้าเดินขายของร้องขาย
…………………
”…กล้วยฉาบแม่แดงมั้ยคะ…กล้วยฉาบแม่แดงค่ะ….” อยู่ข้างๆรถไฟ……
เธอไม่สนใจอะไรแล้วเพราะง่วง….จึงงีบหลับไปหลังจากที่รถออกจากสถานี
…………………..
….บนรถไฟในคืนนั้นเธอฝันมากมาย…. ฝันว่าได้ไปเที่ยวงานในตัวเมืองพัทลุง… เป็นงานฉลองอะไรสักอย่าง มีการรำโนราห์อยู่กลางถนนในยามค่ำ… เป็นที่ที่มีสิ่งศักดิสิทธิ์อยู่กลางใจเมือง….มีต้นโพธิ์ตรงนั้นด้วย
……………………
เธอยังได้ไปเที่ยว…ไปดูเค้าแสดงโนราห์ที่งานแห่งหนึ่งที่มีถนนใหญ่ตัดผ่าน….มีร้านขนมมากมายขนาบสองข้างถนนแถวนั้น…
…………………
ผมเองก็นึกภาพไม่ออกเพราะจากบ้านมาเรียนในกรุงเทพฯตั้งแต่เป็นวัยรุ่น……
…………………….
อย่าว่าไปรู้รายละเอียดอะไรในพัทลุงเลย แม้แต่ญาติพี่น้องกัน ผมยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มีอา 8 คน น้า 3 คน และลุง 2 คน และน้องๆลูกอาลูกน้าอีกเกือบ 30 คน
…………………………………….
จากมาตั้งแต่มัธยมต้น ….ผมยังจำชื่อจริงของอาและน้าของผมไม่ได้เลย…. ได้แต่เรียกชื่อเล่นเท่านั้น…..
……………………………………
ผมถามอรวรรณว่าเคยไปพัทลุงมาบ้างรึเปล่า…หรือฝันจริงๆ….?
เธอย้ำว่าฝัน…เธอไม่เคยไปพัทลุงเลย………………
…………………………………….
ผมบอกเธอว่ามันเป็นเรื่องแปลกมากๆ ครูเองก็เคยได้ยินเรื่องราวอย่างนี้มา…. มีคนเคยเล่าหรือเคยอ่านจากหนังสือมาบ้าง..แต่ไม่เคยเจอคนใกล้ตัว….
………………
ผมเพียงพูดว่าเธอคงมีสัมผัสพิเศษอะไรทำนองนี้กระมัง…… .
……………….
…เธอก็ถามต่อว่าผมเป็นคนพัทลุงใช่มั้ย?
ผมบอกว่าใช่…มีอะไรที่ครูจะช่วยได้รึเปล่า ?
อรวรรณตาลุกวาว…ดีใจจนเห็นได้ชัด….
……………….
“…อาจารย์เป็นคนพัทลุงจริงๆเหรอคะ?…”
ผมก็ยืนยันว่าแน่นอน ครูเกิดที่นั่น เรียนที่นั่น แล้วมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทำงานที่กรุงเทพฯนาน20กว่าปีแล้ว…นานๆ จะกลับไปครั้งหนึ่ง……
…………………..
อรวรรณตาลุกวาว…ดีใจจนเห็นได้ชัด….
“..อาจารย์คะ หนูว่าหนูฝันเกี่ยวกับอาจารย์ด้วยนะคะ “
………………………
อรวรรณหันมาทางผม โปรยเรื่องให้ชวนฉงน…
“….อร….กินมากไปแล้วมั๊ง…” ผมไม่เชื่อ……
………………………
” จริงค่ะอาจารย์…หนูฝันว่าหนูกับเพื่อนจะไปที่ไหนสักแห่งนึง… ไปยืนรอเพื่อนคนอื่นๆกันที่ถนนหลังรั้วบ้านหลังใหญ่ๆ….
หนูยืนพิงเสาป้ายชื่อถนน…
ป้ายนั้นบอกชื่อถนน….เวชรังษี….
…………………..
ป้ายที่เค้าทำสวยๆกันแบบในกรุงเทพฯนี่ล่ะคะ มีเสาเหล็ก…แผ่นป้ายสีฟ้า…กรอบสีดำเหมือนป้ายตรงถนนประชาชื่นหน้า โรงเรียนของเราไงคะ “
…………………..
…ผมงงตาตั้งเมื่ออรวรรณพูดถึงประโยคนี้…. ใจหายแว๊บ….
หน้าตาอาจารย์จารุนันท์ก็เหมือนผีหลอก….
…………………..
“…ทีแรกหนูจำไม่ได้ว่าเคยเห็นชื่อป้ายนี้ที่ไหน…แต่มาเอะใจเมื่อกลับมา ถึงบ้าน… จะเอารายงานมาส่งอาจารย์ค่ะ…ถึงเห็นนามสกุลอาจารย์…แล้วตกใจมาก…”
…………………..
“….อร……อรยืนที่ป้ายตรงมุมถนนกับเพื่อนใช่มั้ย?”
ผมรีบถามเธอ…อาจารย์จารุนันทร์ท่าทางเอาใจช่วย…
………………….
..ใช่ค่ะอาจารย์..” ….เธอเบิกตากว้าง..พยักหน้าหงึกๆ….
“…อาจารย์ทราบได้ยังไงคะ???….ดูเธอตื่นเต้นมาก…..!!!!!!!
………………..
ผมสาดคำพูดไปอีกประโยค…
” บ้านหลังใหญ่หลังนั้นคือจวนผู้ว่าฯ…..แล้วเพื่อนคนนั้นของอร….เค้าใส่เสื้อสีขาวๆแล้วใส่ผ้าถุงใช่มั้ย…?
…………………
“…ใช่ค่ะ…ใช่… คนนั้นล่ะค่ะคืออมรศรี…อาจารย์ทราบได้ยังไงคะ?….เธอย้ำอีกครั้ง…..หน้าตาเหลอหลา
…………………..
หัวใจผมแทบหยุดเต้น….อาจารย์จารุนันท์เอามือทาบอก….
………..จบตอน 7……….
…………………………………………………………….
11988346_868803923203720_7233013154914582579_n
ข้ามภพ ข้ามชาติ ตอน 8….
เมื่อถึงตอนนี้แล้ว…ผมกับอาจารย์จารุนันท์ขนแขนลุกกันทั้ง 2 คน…
………………
นี่อรวรรณกับผมฝันเหมือนกัน…เกิดที่เดียวกัน…คนๆเดียวกัน….มันเรียกว่าอะไรดี?…
……………..
ความบังเอิญอันประจวบเหมาะ….ฟลุ๊ค…หรือโคตรฟลุ๊ค…!!!!!!!!
……………
อรวรรณก็ตื่นเต้นมาก…..
บอกผมว่า…” กลับไปหาเค้านะ..เค้าจะช่วยเธอ ” ที่อมรศรีพูดประโยคนี้…น่าจะเป็นผมแน่ๆ
………………..
“ มิน่าล่ะ…เค้าชี้ให้หนูดูตั้งป้ายถนนตั้งนานค่ะ….. ”
” ป้ายนี้สวย…ชื่อถนนไพเราะ…” เธอพูดกับหนูอย่างนี้….
……………….
ผมก็อึ้งๆ….แบ่งรับแบ่งสู้…
แต่ใจลึกๆคิดว่านี่จะมาให้ครูไปเกี่ยวข้องทำไม?
…………………….
“…ก้อง…พี่ว่าโทรฯเช็คแม่ก้องก่อนเถอะว่าข้อมูลที่อรวรรณเล่าในฝันมันมีจริงมั้ย?..”
อาจารย์จารุนันท์แนะนำ….
………………….
ผมรีบโทรหาแม่ในบัดดล…..นี่คือคำตอบของแม่…..
“..ที่แรกเป็นศาลบ่อโพธิ์นะลูก….ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลางตัวเมืองแน่นอน…
มีต้นโพธิ์อยู่จริง…ชาวจีนในตลาดสดจะร่วมกันจ้างโนราห์มารำกันในงานประจำปีทุกปีเลยลูก….
……………..
ส่วนสถานที่หลังน่าจะเป็นตำบลท่าแค..ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโล
บรรดาโนราห์ในพัทลุงเค้าจะจัดแสดงโนราห์กันทุกปีที่ท่าแคนั่นล่ะลูก….เค้าเรียกโนราห์โรงครู…” แม่ร่ายยาวเป็นฉากๆ….
…………………
ผมแทบจะทำมือถือร่วงจากหูด้วยความประหลาดใจแท้….
ค่อยๆเดินไปกระซิบอาจารย์จารุนันท์ว่าฝันเจ้าอรมันบังเอิญถูกตอง 3 เชียว…
คือฝันชัดหมดทั้ง 3สถาณการณ์….
……………………………..
แต่เราไม่พยายามแสดงความตื่นกลัวหรือประหลาดใจให้ลูกศิษย์รู้สึกว่าเราเองก็ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก….
……………………………….
“..เรื่องนี้พ่อกับแม่รู้แล้วใช่มั้ยอร?.”
อาจารย์จารุนันท์ถามย้ำอีกครั้ง…..
……………..
“..ทราบค่ะอาจารย์..พ่อกับแม่ให้อรมาปรึกษาอาจารย์ก่อน…ถ้าอาจารย์เชื่อ…พ่อกับแม่จะมาทีหลังค่ะ..”
………………
โอย….แล้วผมจะบอกว่าไงล่ะเนี่ย…??????
จะบอกว่าเชื่อสุดตัว…ก็ดูจะงมงาย..
จะบอกว่าไม่เชื่อ…ใครจะตอบคำถามข้อนี้ได้…
………………..
“..อาจารย์คะ..อาจารย์ช่วยตามหาบัวคลี่…อืม…คุณยายบัวคลี่ให้อรได้มั้ยคะ?..”
ท่าทีเธออ้อนวอน…
………………..
“…ลองดู…ครูจะพยายาม..” ผมขมวดคิ้ว…แล้วบอกด้วยความอยากรู้เหมือนกัน
“..เดี๋ยวครูช่วยอีกแรงนะ..”อาจารย์จารุนันทร์เสริม….
…………………
“..อาจารย์คะ…ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้ หรือถามอาจารย์ในเรื่องนี้…อาจารย์จะบอกเค้ามั้ยคะ…? “ หน้าตาอรวรรณดูกังวล”
………………..
ผมบอกว่า….
“…ไม่นะ…บอกเรื่องนี้แล้วใครเค้าจะเชื่อ….จริงมั้ย? ”
………………..
อรวรรณยิ้ม…..
แต่ถ้าวันนึงครูจำเป็นต้องบอกใครๆแล้วล่ะก็….
……………….
“ ..ครูจะเล่าเรื่องของอรให้เป็นแบบนิยายเชียว…ชนิดที่มันเป็นจินตนาการเลยล่ะ…”
…………….
อรวรรณยิ้ม…ยกมือไหว้ขอบคุณผมกับอาจารย์จารุนันท์ก่อนขอตัวกลับออกไป….
……………..
เย็นวันนั้น…เด็กสาวในชุดนักเรียนที่หน้าตาเหมือนแบกโลกเอาไว้กลับมาดูสดใสสว่างราวกับได้ยกโลกทิ้งออกจากอก…..
……………..
แต่หน้าครูสองคนที่ยืนในห้องพักครูห้องนั้นดูราวกับแบกโลกทั้งโลกของอรวรรณมาใส่อกตัวเองแทน….
………………
“….พี่ติ๊ก….เราเริ่มตามหาคุณยายบัวคลี่กันเถอะ….”
ผมพูดชัดถ้อยชัดคำกับอาจารย์จารุนันท์….
………………….
“…พี่ช่วยอีกคนนะน้อง…สู้เพื่ออรวรรณ.!!!..”
อาจารย์จารุนันท์ลงนามเซ็นสัญญาตามหาคุณยายบัวคลี่ด้วยอีกคน
…………(จบ ตอน 8)……….
…………………………………………………………….

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
เพจ ข้ามภพ-ข้ามชาติ

About the Author

Admin





 
 

 
11

*+ท้องฟ้าจำลอง เปิดให้เข้าชม ฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 25 ตุลาคม 2560+*

📣 ท้องฟ้าจำลอง เปิดให้เข้าชม #ฟรี นะจ๊ะ !! 💫 จูงกันมาทั้งครอบครัว #ท้องฟ้าจำลอง เปิ...
by Admin
0

 
 
1-1

*+FILA x MOOMIN รุ่น Charles หวานๆซอฟๆ เพียง 1,690 บาท+*

💓 น่ารักเกินห้ามใจ !! 🎯 #ใหม่ FILA x MOOMIN รุ่น Charles มาในสไตล์แบบหวานๆซอฟๆ เพิ่มลูกเล่นด้วยต...
by Admin
0

 
 
12

*+iPhone 8 มาละจ้า เจอกัน 3 พ.ย.นี้ เตรียมเงิน เตรียมบัตรไว้ให้พร้อม !!+*

📣 iPhone 8 มาละจ้า เจอกัน 3 พ.ย.นี้ !! 💬 เตรียมเงิน เตรียมบัตรไว้ให้พร้อม iPhone 8 มาพร้อมดีไซน์...
by Admin
0

 

 
40

*+Gourmet Market ซื้อ 1 แถม 1 ทั้งขนม ของกิน ของใช้+*

📣 1 แถม 1 เราต้องตุนนน !! 🔥 ซื้อ 1 แถม 1 มาแล้วววค่าคุ๊ณณณณ ดี๊ดีย์ รีบพุ่งตัวไปจัดให้ไ...
by Admin
0

 
 
1

*+TrueMoney Wallet จ่ายบิลสบาย ได้แต้มฟินเฟ่อร์+*

📣 จ่ายบิลสบาย ได้แต้มฟินเฟ่อร์ !! 🎯 ไปจ่ายกันมารึยังงง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ทร...
by Admin
0