บทความ

October 22, 2015

*+เรื่องน่าอาย! แต่รู้ไว้ดีมีทางแก้!.. สาเหตุอาการคันที่ “ทวารหนัก” นั้นมาจาก..?+*

คันที่ทวารหนัก0

ถ้าต้องพูดถึงอาการคันแล้วล่ะก็ คงไม่มีการคันที่ไหนที่น่าอายเท่าการคัน”รูทวาร” ที่ประตูหลังของทุกคนนั่นเอง ซึ่งถ้าหากว่ารู้สึกคันมากๆต่อหน้าสาธารณะชนแล้วล่ะก็น่าอายแย่ ก็มันคันจนทนไม่ไหวจะทำไงได้นะ เคยมีใครสงสัยอาการคันที่ประตูหลังของคุณบ้างมั้ย
ส่วนมากนั้นจะเกิดจากการนั่งทำงานนานๆ กางเกงฟิตเกินหรือไม่ได้ใส่นาน แถมยังมีคนเดาไปไกลว่าคงล้างไม่สะอาดมั้ง ซึ่งล้วนแต่เกิดจากปัจจัยภายนอก สาเหตุที่ทำให้คุณคันบริเวณนั้นค่อนข้าวซับซ้อนและมีหลายกรณี โดยภาพรวมแล้วสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทนั่นก็คือ สาเหตุจากปัจจัยร่างกายโดยรวมและสาเหตุเฉพาะจุด
ปัจจัยเฉพาะจุด
1. โรค ผิวหนังบริเวณผิวหนังใกล้ๆช่องขับถ่าย มีผื่นชื้นแดงขึ้น, ผิวหนังอักเสบ, หูด, โรคสะเก็ดเงินและรูขุมขนอักเสบอาจทำให้เกิดอาการคันที่ทวารหนักได้
2. โรคพยาธิ เช่น พยาธิตัวกลม, พยาธิเข็มหมุดหรือเหาก็สามารถก่อให้เกิดอาการคันได้เช่นกัน

คันที่ทวารหนัก1

ปัจจัยจากสภาพร่างกายโดยรวม
1. ปัจจัยจากโรคที่ป่วย เช่นโรคเบาหวาน, โรคดีซ่านท้องเสียท้องผูก, โรคไขข้อ, โรคมะเร็ง, โรคตับหรือวัยหมดประจำเดือน อาจนำไปสู่อาการคันได้
2. ปัจจัยทางสุขภาพจิตเพราะความกลัว, ซึมเศร้า, การตื่นเต้นเกินขนาดหรือโรคประสาทอ่อนๆก็ให้เกิดอาการคันทวารหนักได้เช่นกัน
3. เกิด อาการแพ้บางคนกินปลากุ้ง, ไข่, เนื้อปูซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาจากการแพ้ บางคนเป็นเพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, พริกไทย, มัสตาร์ด, เครื่องเทศและอาหารรสเผ็ดอื่น ๆ อาหารเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอาการคันทวารหนัก

คันที่ทวารหนัก2

วิธีการบรรเทาอาการคันที่ทวารหนัก
1. หลีกเลี่ยงการรักษาที่ไม่เหมาะสมโดย การซื้อยาใช้เองได้ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของอาการ เช่น ใช้น้ำร้อนล้างหรือใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ เพราะการรักษาแบบนี้ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของการคันแต่เพียงแค่ยับยั้งอาการ ชั่วขณะเท่านั้นและการรักษาแบบผิดวิธีอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้อาการรุนแรง ขึ้นได้เช่นกัน
2. รักษาความสุขอนามัย ควรงดอาหารที่เสี่ยงกระตุ้นอาการ เช่น อาหารเผ็ด ชาเข้มๆหรือกาแฟ เหล้า เป็นต้น ควรสวมใส่กางเกงที่หลวมหน่อยและชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย
3. เด็กและคนชราควรจะให้ความสำคัญในการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นเป็นพิเศษ นอกจากจะล้างผิวหนังรอบๆแล้วควรจะทิ้งชุดชั้นในที่เก่าเกินไป
4. ลดกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายเยอะเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการอับชื้นในจุดซ่อนเร้นที่จะเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อโรค
หากคุณลองทำตามคำแนะนำข้างต้นนี้แล้วยังไม่ดีขึ้นก็ควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อ เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ต้องอายหมอ หากพบสาเหตุที่แท้จริงแล้วคุณก็จะได้ไม่ต้องมีอาการที่น่าอายแบบนี้อีกต่อไป ไงจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
board.postjung.com

About the Author

Admin





 
 

 
thumb

*+5 โรคร้ายถามหา หาก “กลางวันง่วง กลางคืนตาสว่าง”+*

เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ และวัยทำงานหลายคนน่าจะเคยมีอาการแ...
by Admin
0

 
 
มะเร็ง2

*+รู้ไว้ก่อนจะสาย!! 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง อ่านสักนิด เพื่อคนที่คุณรัก+*

ถ้าพูดถึงโรคมะเร็งกันแล้ว หลายๆคนต้องกลัวโรคนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าโรคนี้จะเก...
by Admin
0

 
 
food

*+10 อาหาร “ต้องห้าม” ยามเป็น “โรค”+*

เคยไหม?ที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยาย หรือ คุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่...
by Admin
0

 

 
น้ำเต้าหู้1

*+เตือน !! น้ำเต้าหู้ ดื่มมากไป อันตรายมาก ก่อโรคร้ายต่อไปนี้+*

     นักวิชาการถกเถียงกันเรื่องการดื่ม น้ำเต้าหู้….บ้างก็ว่าดื่มมากๆเป็นเรื่องด...
by Admin
0

 
 
4-vitamin-C

*+เคล็ดลับ กำจัดอาการภูมิแพ้ ด้วย 4 อาหารใกล้ตัว ไม่มีผลข้างเคียง+*

      หมดกังวลกับคนที่ชอบแพ้อากาศ ทานยารักาาตัวเองขนาดไหนก็ยังไม่หายสักที วันนี...
by Admin
0