บทความ

March 15, 2016

*+ง่วงนอนทั้งวัน… ปัญหาระดับโลก!!!+*

     เชื่อว่าคนทั่วโลกน่าจะเคยประสบปัญหา “ศีรษะหนักมาก” ในตอนบ่ายๆ กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ่ายหน่อยๆ บ่ายแก่ๆ หรือแค่หลังกินข้าวกลางวันคำสุดท้ายก็เป็นแล้ว (โดยเฉพาะคนที่หน้าที่การงานบังคับให้ไม่สามารถแอบงีบกลางวันได้ จะยิ่งเป็นมาก)
     ด้วยความที่ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น คนส่วนใหญ่จึงไม่สะกิดใจ ว่ามันคืออาการที่เป็นสัญญาณเตือนความเสื่อมถอยของสุขภาพ บ่งบอกถึง “ภาวะที่สารอาหารในเลือด หรือเลือดไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ในร่างกายได้ทั่วถึง”

ง่วงนอนทั้งวัน5

     ยิ่งในปัจจุบัน อาการง่วงนอนทั้งวัน ไม่ได้เป็นปัญหาแค่กับกลุ่มคนวัยทำงาน หรือคนสูงอายุเท่านั้น วัยเรียนเองก็เริ่มมีอาการนี้กันมากขึ้น ในทัศนะของแพทย์แผนจีน ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไร เราลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
     ในทางการแพทย์แผนจีนได้อธิบายถึงสาเหตุของอาการง่วงนอน อ่อนเพลียทั้งวันนี้ว่า เกิดจากการที่พลังชี่ (พลังปราณ หรือพลังชีวิต) ของม้ามพร่อง ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ก่อนที่เราจะทำเริ่มความเข้าใจ ว่าทำไมอาการนี้จึงเกิดเพราะ “พลังชี่ของม้ามพร่อง” เราจำเป็นต้องเข้าใจถึงความสำคัญของม้ามในเบื้องต้นกันสักหน่อย
ทำไมคนเราจึงต้องมีม้าม
    “ม้าม” ดู เหมือนจะเป็นอวัยวะที่ไม่ค่อยมีบทบาท ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก หน้าที่สำคัญๆ ของม้าม ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบันก็คือ หน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดงของเด็กทารกในครรภ์ และหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดสภาพแล้วในผู้ใหญ่
     แต่ในทัศนะของแพทย์แผนจีน ม้ามกลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบทบาทหน้าที่ในการเป็นขุมพลังงานประจำวันของร่างกาย ซึ่งทำงานประสานกับระบบย่อยและดูดซึมสารอาหาร เพื่อขับเคลื่อนไปเป็นพลังงานให้แก่อวัยวะอื่นๆ ต่อไป
     นอกจากนี้ ม้ามยังทำหน้าที่ในการควบคุม เลือด หากหน้าที่ในส่วนนี้ของม้ามบกพร่องไป ทำให้อาจทำให้เกิดอาการจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง ฟกช้ำง่ายและหายช้า โลหิตจาง ประจำเดือนไม่ปกติในสตรี รวมถึงอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงได้
แล้วใครที่เข้าข่ายมีอาการ “พลังชี่ของม้ามพร่อง” 
     เนื่องจากม้ามนั้นทำหน้าที่สัมพันธ์กับระบบย่อย และดูดซึมสารอาหาร หากการทำหน้าที่ในส่วนนี้บกพร่องไป เราก็อาจเกิดอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย กินเยอะแต่กลับขาดสารอาหาร เพราะสารอาหารไม่สามารถส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วถึง หากปล่อยไว้นาน ก็จะเกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ง่วงนอนตลอดวัน ไม่ค่อยมีแรงได้
     ส่วนหน้าที่ในการควบคุมเลือด หากม้ามทำหน้าที่ในส่วนนี้บกพร่องไป จะส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้าเมื่อเกิดบาดแผล มีอาการจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง ห้อเลือดได้ง่าย ผิวหนังช้ำง่าย หายยาก เป็นต้น
     ใครมีอาการที่ว่ามา หรือยังไม่มีแต่อยากจะบำรุงรักษาม้ามเพื่อสุขภาพที่ดี เราก็มีวิธีบำรุงและแก้ไขอาการป่วยของม้าม ซึ่งเน้นที่พฤติกรรมการกินเป็นสำคัญ ดังต่อไปนี้
  • กินอาหารสดใหม่ และย่อยง่าย ที่สำคัญควรกินในขณะที่อาหารยังอุ่นๆ (ม้ามชอบความอุ่น) หากสะดวก ให้เลือกปรุงรสด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ความเปรี้ยวจากมะขาม มะนาว ความหวานจากน้ำตาลมะพร้าว หรือผลไม้รสหวานอื่นๆ จะดีที่สุด
  • กินอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณที่พอเหมาะ การกินอาหารประเภทเดิมซ้ำๆ บ่อยเกินไป ถึงแม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ก็อาจทำได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินจำเป็น จนเป็นภาระของร่างกายต้องขับทิ้ง แต่กลับขาดสารอาหารบางชนิด จนเกิดภาวะ “กินดีแต่ขาดสารอาหาร” ได้
  • กินอาหารมื้อเช้าทุกวัน โดยเลือกกินอาหารที่มีสารอาหารค่อนข้างครบถ้วนอย่าง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง เนื่องจากม้าม มีหน้าที่สะสมสารอาหารที่ได้จากอาหารมื้อแรกของวันแล้วแปลงสภาพก่อนลำเลียง ไปเลี้ยงร่างกายทางกระแสเลือด เป็นพลังงานสำหรับการดำเนินกิจกรรมประจำวัน หากในมื้อเช้าเราได้รับสารอาหารเพียงพอ ก็จะไม่ต้องรบกวนตับ ในการดึงพลังงานสำรองของร่างกายมาใช้โดยไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการกินเบเกอรรี่ ชา กาแฟ แทนอาหารมื้อเช้าหากไม่จำเป็น เนื่องจากอาหารประเภทดังกล่าว อุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล และไขมัน และมีสารอาหารที่มีประโยชน์น้อยมาก
     และเนื่องจากม้าม เปรียบได้กับขุมพลังงานประจำวันของร่างกาย หากเราบำรุงดูแลม้ามด้วยสารอาหารที่ดีในทุกๆ เช้าแล้ว เราก็จะมีพลังงานเพียงพอ สำหรับดำเนินกิจกรรมประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมองที่ปรอดโปร่ง เลือดที่ได้รับสารอาหารจากม้ามอย่างเต็มที่ ก็จะเป็นเลือดที่มีคุณภาพ สำหรับส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด
     ที่สำคัญ ร่างกายก็จะสามารถเก็บสะสมพลังงานสำรองไว้ได้เต็มที่ หากเกิดการบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยใดๆ ขึ้น รวมทั้งในภาวะที่ต้องใช้กำลังมากกว่าปกติ เราก็สามารถนำพลังงานสำรองที่มีมาใช้ มาซ่อมแซมร่างกายได้ทันท่วงที อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดอาการสารอาหารลดฮวบ จนร่างกายโหยหาอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมันมากเกินควร ที่สำคัญเราจะไม่มีอาการอ่อนเพลียหมดแรง ง่วงนอนตลอดวันมากวนใจอีกด้วย
     รวมไปถึงการไม่ต้องรบกวนขอยืมพลังงานสำรองของร่างกายอยู่บ่อยๆ ตับซึ่งมีหน้าที่ผลิต เก็บสะสม และแจกจ่ายพลังงานในส่วนนี้ ก็จะได้ลดภาระการทำงานลง มีกำลังในการฟิ้นฟูซ่อมแซมตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย การบำรุงดูแลสุขภาพม้ามให้ดี จึงสามารถส่งผลดีทุกระบบในร่างกายได้อย่างเป็นองค์รวมโดยแท้จริง
การบำรุงรักษาม้าม…ตามหลักนาฬิกาชีวิต

ง่วงนอนทั้งวัน2

     ตามเวลาของนาฬิกาชีวิต เวลา 09.00 – 11.00 น. เป็นเวลาของม้าม ม้ามไม่ชอบความชื้นและความเย็น ดังนั้น หากอยู่ในห้องปรับอากาศ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด งดทานอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ โดยเฉพาะน้ำเย็น อาหารฤทธิ์เย็น เมื่อกระหายน้ำให้จิบน้ำอุณหภูมิปกติเรื่อยๆ ขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง เพื่อให้พลังของม้ามเดินได้คล่องขึ้น
อาหารบำรุงม้าม
     เนื่องจากม้ามนั้นไม่ค่อยชอบความเย็น อาหารที่จะช่วยบำรุงม้าม นอกจากจะเป็นอาหารปรุงสดใหม่ที่ยังอุ่นๆ แล้ว จึงควรเป็นอาหารที่มีฤทธิ์อุ่นด้วย เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี งาดำ ลูกเดือย หรือพืชหัวใต้ดิน อย่าง มันเทศ (คนจีนนิยมกินมันต้มขิงใส่น้ำตาลทรายแดงเพื่อบำรุงกระเพาะอาหารและม้าม) หัวกลอย  บุก เป็นต้น

ง่วงนอนทั้งวัน3

เคล็ดลับแก้อาการง่วงนอนตอนกลางวัน
     นอกจากการบำรุงม้าม ขุมพลังประจำวันของร่างกาย ด้วยการกินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ในทุกวัน เพื่อให้ร่างกายมีกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความสดชื่น แจ่มใสแล้ว เรายังมีเคล็ดลับอีกบางประการที่ช่วยให้เราไม่ง่วงหงาวหาวนอนในตอนกลางวัน บ่อยๆ ได้ โดย…
  • กินอาหารมื้อกลางวันแต่พอดี และเลือกกินอาหารย่อยง่าย เพราะหากเรากินมื้อกลางวันมากเกินไป หรือกินอาหารที่ย่อยยากเกินไป ระบบย่อยอาหารจะทำงานหนัก ทำให้ร่างกายต้องส่งเลือดมาเลี้ยงกระเพาะอาหารมาก เหลือเลือดที่จะส่งไปเลี้ยงระบบอื่นๆ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสมองที่ต้องใช้เลือดมากเช่นกัน ส่งผลให้เกิดภาวะสมองล้า มึนศีรษะและรู้สึกอ่อนเพลียได้
  • ดื่มน้ำเปล่าไม่เย็นให้เพียงพอ เพื่อให้เลือดไม่ข้นหนืด ไหลเวียนได้สะดวก ส่งสารอาหารไปเลี้ยงร่างกายได้ทั่วถึง จะทำให้เรากระกรี้กระเปร่า สดชื่นขึ้นได้ในระหว่างวัน
  • ฝึกหายใจให้ลึกขึ้นเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ และขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาทิ้งได้เต็มที่ ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด เพื่อนำส่งไปเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะสมองได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สมองปรอดโปร่ง แก้อาหารง่วงซึมได้เป็นอย่างดี
  • ขยับร่างกายบ่อยๆ อย่านั่งอยู่กับที่ ในอิริยาบถเดิมนานเกินไป การขยับร่างกาย ช่วยให้พลังชี่ ไหลเวียนได้โดยสะดวก ไม่ติดขัด ทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นได้ นอกจากนี้ หากขยับร่างกายอย่างมีหลักการสักหน่อย ในระยะเวลาที่เหมาะสม และทำได้เป็นประจำ ก็จะช่วยให้อาการออฟฟิศซินโดรมทั้งหลาย อย่างอาการปวดไหล่ สะบักจม ปวดข้อสะโพก สลักเพชร ปวดก้นกบ หรืออาการขาบวม เท้าบวม หายไปได้อีกด้วย
     ถึงตรงนี้บางท่านอาจจะสงสัย ว่าขยับร่างกายอย่างไร ไม่ให้เสียเวลาเปล่า มีประโยชน์ช่วยบำบัดอาการออฟฟิศซิมโดรมได้ไปในตัว
     ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารอย่างที่เราแนะนำดูสัก 1 เดือน “อย่างสม่ำเสมอ” แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ได้ผลดีหรือไม่อย่างไร สุขภาพองค์รวมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างนะจ๊ะ ด้วยรักจากใจ…ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
thearokaya.co.th

More articles by »
Written by: Admin
Tags: ,

About the Author

Admin





 
 

 
ง่วงนอน-เพลียบ่อย1

*+ง่วงนอนบ่อย เพลียตลอดเวลา ส่ออาการเจ็บป่วยได้หลายโรค!+*

     ไม่ใช่แค่อาการนอนไม่หลับ หรือนอนไม่พอเท่านั้น ที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนบ่อย...
by Admin
0