บทความ

April 5, 2016

*+”ผัก 5 ชนิด” ไม่ควรกินดิบ..เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ!!+*

ผักไม่ควรกินดิบ6

“ผัก” มีประโยชน์ต่อร่างกาย มันจึงเป็นเหมือนอาหารหลักที่มนุษย์เรานำมาใช้ประกอบอาหาร หากเรากินผักมากๆก็จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่รู้หรือเปล่า? 5 ผักเหล่านี้ “กินดิบๆ” เสี่ยงอันตราย  ขอบอก!! ว่ามีแต่ผักที่เราๆชื่นชอบ กินกันเป็นประจำทั้งนั้น ทั้งเป็นเครื่องเคียงใส่ก๋วยเตี๋ยวเอย ขนมจีนน้ำยาเอย หรือกินกับลูกชิ้นปิ้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะติดโผกับเขาด้วย!  ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน!

ผักไม่ควรกินดิบ1

1. ผักโขม ไม่ควรกินดิบเพราะกรดในผักโขมจะขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก คือกรดที่ชื่อว่าออกเซลิค แอซิด อยู่ในตัวมันสูง ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถดูดซับธาตุเหล็กนั่นเอง

ผักไม่ควรกินดิบ2

2. หน่อไม้ หน่อไม้ดิบมีสารที่จะเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ ที่เป็นพิษได้ จึงต้องต้มในน้ำเดือดนานเกิน 10 นาทีจึงจะปลอดภัยสุดๆ เจ้าสารที่ว่าว่านี้ขื้นอยู่กับสายพันธุ์ของหน่อไม้ และสภาพการปลูก การบรรจุเตรียมขายด้วยค่ะ ในกรณีหน่อไม้ปี๊บต้องต้มฆ่าเชื้อก่อนปิดปี๊บอยู่แล้ว ก็ช่วยลดเจ้าสารพิษตัวนี้ไปได้มากๆ โดยปกติเรากินหน่อไม้ เราก็ต้องลวกก่อนอยู่แล้ว ลวกนานๆละกัน อีกเรื่องนึงก็คือโรคโบทูลิซึ่ม กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นหนักๆก็ไม่มีแรงหายใจเองไม่ได้ ถ้าช่วยไม่ทันก็ถึงตายได้ ถ้าหน่อไม้ปีปนั้นไม่สะอาดจะแฝงเชื้อนี้มากับดิน

ผักไม่ควรกินดิบ3

3. ถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวดิบด้วยแล้วจะมีแก๊สค่อนข้างสูงโดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ท้องอืด ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาการย่อยและผู้สูงอายุ

ผักไม่ควรกินดิบ4

4. ถั่วงอก ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ “ไฟเตต จะพบมากในพืชตระกูล ถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว หรืองา ดังนั้นในถั่วงอกดิบจึงมีไฟ เตตสูง ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะ ไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม แต่ถ้าปรุงให้สุกไฟเตตจะสลายไป หรือมีปริมาณน้อยลง โอกาสที่ไฟเตตจะไปดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ จึงน้อยกว่าการรับประทานดิบ ๆ ” จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ แต่ในความเป็นจริงเราต้องรับประทานจำนวนมากจึงเกิดการขัดขวางการดูดซึม ถ้าจะทานดิบก็ควรทานในปริมานพอเหมาะค่ะ

ผักไม่ควรกินดิบ5

5. กระหล่ำปลี ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน สร้างเป็น ฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุก จะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ ความจริงก็คือถ้าคนๆนั้น มีสภาวะไทรอยด์ก็ควรงดเพราะโอกาสจะเพิ่มอาการ ส่วนคนปกติทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริก หรือลาบก็คงไม่มากเท่าไหร่ ยกเว้นทานเป็นกิโลๆ
อย่างไรก็ดี ขอย้ำกันอีกทีว่าผักเหล่านี้ไม่ใช่ผักต้องห้าม แต่ควรจำกัดปริมาณการบริโภคผักดิบไม่ให้กินเยอะครั้งละเป็นกิโลกรัม หรือรับประทานต่อเนื่องกันทุกวัน ๆ จนเกิดการสะสมของสารที่เป็นโทษต่างหากนะคะ

🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸  

ขอบคุณข้อมูลจาก sayhibeauty
More articles by »
Written by: Admin
Tags:

About the Author

Admin





 
 

 
XAACT14

*+XAACT เสื้อผ้าสำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน ลดราคาสูงสุดถึง 60%+*

✨ XAACT ลดราคาสูงสุดถึง 60% ✨ 💫 มีโปรโมชั่นพิเศษมาบอกอีกแล้วจ้า! ร้าน XAACT ลดราคาสูงสุดถึ...
by Admin
0

 
 
Tops-15

*+Tops จัดเต็มกับขนมที่ทุกคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น ซื้อ 1 แถม 1 / ลดสุดใจ+*

ของจริงไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ.. โปรโมชั่นจัดเต็มกับขนมที่ทุกคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป...
by Admin
0

 
 
iphone08

*+ส่องโปรโมชั่น iPhone 7 ลดแรงตามใจ เริ่มต้นที่ 18,000 บาท+*

สำหรับคนที่ซื้อ iPhone 7 หรือ iPhone 7 Plus ไม่ทันในช่วงช็อปช่วยชาติ หรือคนที่อยากได้เครื่องท...
by Admin
0

 

 
15542141

*+20 มกราคมนี้ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดให้บริการ “ทำฟันฟรี”+*

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดโครงการ “จุฬาฯ 100 ปี ทันตแพทย์ร่วมทำดี ถวายพระภูมี ภูมิ...
by Admin
0

 
 
Childrens-Day

*+วันเด็กเที่ยวไหนดี?? รวม โปรโมชั่น และ สถานที่เที่ยววันเด็ก 2560+*

ผ่านปีใหม่มาไม่ทันไร ก็ใกล้ถึงวันสำคัญที่เด็กๆ รอคอยกันถ้วนหน้า นั่นคือ “วันเด...
by Admin
0