บทความ

February 29, 2016

*+พิมพ์ พิมพ์มาดา เปิดใจวินาทีที่รู้ว่าเป็นโรคร้าย ร้องไห้หลับทั้งน้ำตา แต่ตอนนี้พร้อมสู้+*

พิมพ์1

     พิมพ์ พิมพ์มาดา เปิดใจถึงวันเวลาที่ต้องเผชิญโรคร้าย หลังพบเป็นมะเร็งในรังไข่ และต้องรับการทำคีโม ยอมรับรู้สึกช็อกและกลัวตาย เผยกรี๊ดลั่นบ้าน สติแตกเมื่อพบว่าผมร่วง แต่ต้องขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก
     เป็นช่วงเวลาที่คนรอบตัวและเหล่าแฟนคลับต่างส่งกำลังใจไปอย่างล้นหลาม เมื่อได้ทราบว่า พิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร นักแสดงและนักร้องในดวงใจกำลังเป็นมะเร็งรังไข่ จนต้องเข้าทำเคมีบำบัด หรือคีโม มาแล้ว 5 ครั้ง และกำลังจะทำเคมีบำบัดครั้งสุดท้ายในวันที่ 1 มี.ค นี้

พิมพ์2

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 พิมพ์ พิมพ์มาดา ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวในวันที่ต้องสู้กับโรคร้าย ผ่านทางรายการเจาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 โดยเธอได้เผยถึงความรู้สึกขอบคุณในกำลังใจที่ได้รับ ซึ่งทำให้ชุ่มชื่นหัวใจเป็นอย่างมาก สำหรับเรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมปีก่อน เธอพบว่าท้องบวมขึ้นมาและแข็งมาก ทั้งยังปวดท้องหน่วง ๆ ทั้งที่ประจำเดือนหมดไปแล้ว รู้สึกผิดปกติจึงไปหาหมอ ซึ่งคุณหมอก็เห็นว่าผิดปกติแน่นอนเพราะแค่เธอนอนราบบนเตียงท้องก็ป่องออกมา แล้ว
     จากผลตรวจ พบว่าก้อนที่อยู่ในท้อง เป็นเนื้่องอกขนาดใหญ่ 18 เซนติเมตร ที่อยู่ในรังไข่ ซึ่งคุณหมอก็แสดงความกังวลเพราะก้อนเนื้อนี้ใหญ่มาก ในครั้งแรกเธอก็นึกว่าแค่ผ่าตัดออกมาก็จบ เพราะผู้หญิงหลายคนก็เจอเนื้องอกในมดลูก ในรังไข่กันเยอะแยะ แต่เมื่อคุณหมอนำก้อนเนื้องงอกไปตรวจอย่างละเอียดก็พบเซลล์มะเร็งขั้นที่ 1 ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าอย่าเพิ่งตกใจ เพราะเดี๋ยวนี้รักษาหายแล้ว แต่เธอก็รู้สึกช็อกมากอยู่ดี
     ในตอนนั้นคุณหมออธิบายให้ฟังอย่างละเอียดว่า เนื้องอกที่พบมันเหมือนอยู่ในแคปซูลที่ยังไม่กระจายออกมา แต่การที่เราไปผ่าก็ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะกระจายออกไปได้ จึงต้องทำคีโมเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
     สำหรับความรู้สึกหลังจากได้ทราบว่ามีเซลล์มะเร็งในตอนนั้น พิมพ์ พิมพ์มาดา เผยว่า “ช็อกค่ะ คือตอนนั้นเหมือนแบบหูดับ มือไม้อ่อน และก็อยู่กับคุณแม่ จำได้ว่าแบบไม่เชื่อ ไม่เชื่อตัวเองว่ามันจะเกิดขึ้น” เธอยอมรับว่ากลัวการทำคีโม และกลัวว่าเป็นมะเร็งแล้วจะตาย คิดทุกอย่างในทางลบไว้ก่อน

พิมพ์4

     จากนั้นเธอก็พยายามหาหนทางต่าง ๆ ในการรักษา นำผลตรวจจากโรงพยาบาลแรกไปให้ที่อื่น ๆ ดูเพื่อหาวิธีอื่นที่ไม่ต้องทำคีโม แต่ทุกทีก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องทำ แน่นอนว่าเธอกลัวตาย และก็กลัวการทำคีโมด้วย เพราะที่ผ่านมาก็เคยศึกษาเรื่องนี้แล้วเห็นคนไข้ที่ให้คีโมแล้วดูไม่ดีเลย มันทรมาน ผมร่วง และทำลายสิ่งที่ดีในร่างกายด้วย เพราะคุณหมอบอกว่ามันจะทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ฉะนั้นเซลล์อะไรก็ตามในร่างกายที่แบ่งตัวเร็ว มันจะเข้าไปทำลายหมด ทั้งเส้นผมและเซลล์มะเร็ง
     และนั่นทำให้เธอคิดหนักมาก เพราะกลัวเรื่องผมร่วงและเรื่องอื่น ๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องเชื่อในคุณหมอที่อยู่ตรงหน้า เพราะเขามีความรู้ความชำนาญทุกอย่างที่ดีกว่าตัวเธอเอง ต้องเชื่อคนที่พร้อมจะช่วยเธอตรงหน้านี้ อีกทั้งคุณหมอยังอธิบายด้วยว่าหากเธอเลือกจะไม่ทำ อีก 5 ปีข้างหน้าก็ไม่สามารถการันตีอะไรได้ เพราะมันอาจจะกระจายหรือลุกลามไปตรงไหนก็ตาม แถมมะเร็งขั้นแรกก็ไม่มีอาการ การทำตรงนี้เพราะเธอยังอายุน้อย ยังสู้ไหว เป็นการรักษาเพื่อที่จะอยู่ได้อีกยาว ๆ เธอเลยตัดสินใจทำคีโมในที่สุด
     พิมพ์ พิมพ์มาดา ยังเผยว่า หลังจากนั้นได้มีการปรึกษาทั้งคุณแม่ พี่เจี๊ยบ โสภิตนภา น้องน้ำหวาน และคนอื่น ๆ ในวงการทุกคนที่อยู่รอบตัว ซึ่งทุกคนก็เป็นห่วงและตกใจไม่แพ้กันหมด ทุกคนพยายามหาทางรักษาที่ดีที่สุดแก่เธอ แต่สุดท้ายก็กลับมาที่การทำคีโม
     สำหรับโปรแกรมการทำคีโมของเธอ คือรับคีโม 6 ครั้ง เริ่มจากครั้งแรกในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่แม้ว่าคุณหมออธิบายแล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ในสัปดาห์ที่ 3 หลังรับคีโม เธอก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่กลัวที่สุดคือการผมร่วง ตอนนั้นเพียงพัดลมเป่าผมก็ปลิวหลุดจากศีรษะอย่างง่ายดาย และวันที่ผมหลุดจริง ๆ แค่เสยผม เส้นผมก็หลุดร่วงติดมือแล้ว ซึ่งวันนั้นทำให้เธอถึงกับสติแตกและกรี๊ดลั่นบ้าน โทรศัพท์ไปร้องไห้กับคุณแม่ที่อยู่ชั้น 2 ของบ้าน จนคุณแม่ต้องวิ่งขึ้นมาปลอบเธอที่อยู่ชั้น 3

พิมพ์5

      วันนั้นคุณแม่เป็นคนปลอบว่า เรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้น เราทำใจไว้แล้ว และต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งวันนั้นจำได้ว่าคุณแม่ขึ้นมานอนเป็นเพื่อน นอนกอดตัวเธอที่ร้องไห้จนเหนื่อย และหลับไปทั้งน้ำตา จำได้ว่าในวันนั้นคิดกังวลสารพัด ไม่รู้จะบอกกับคนรอบข้างยังไง จะออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ยังไง ไหนจะงานที่ทำอยู่ เพื่อน ๆ แฟนคลับ และคนในสังคม ถ้าวันหนึ่งที่เธอไม่มีผมแล้วจะทำยังไง
     นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอคิดว่าคงไม่ไหวกับสิ่งที่เผชิญ แต่จากนั้นก็ตั้งสติได้ จึงเรียกให้ช่างทำผมที่รู้จักกันมช่วยโกนผมให้หมดไป จะได้ไม่ต้องร่วงอีก ทำให้เข้าใจว่าทำไมคนที่ทำคีโมต้องโกนผมแบบนี้ เริ่มเข้าใจเรื่อย ๆ และด้วยธรรมชาติของเธอที่ไม่ค่อยดราม่ากับอะไรนาน ๆ ก็ทำให้ตั้งสติได้
     หลังจากที่โกนผมแล้ว เพื่อน ๆ พี่ ก็เริ่มมาหาเธอที่บ้าน มาพูดคุยและให้กำลังใจเรื่อย ๆ จากนั้นเธอก็ได้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับ พี่กิ๊ก มยุริญ ซึ่งจริง ๆ เคยสัญญากับพี่เขาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วโดยที่ไม่ทราบว่าเป็นคอร์สเผชิญความ ตายด้วยใจสงบ ตอนนั้นว่างเลยตัดสินใจไป ซึ่งหลังจากได้เข้าไปปฏิบัติธรรมแล้ว ก็ทำให้เธอเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากขึ้น ทำให้ได้หวนคิดว่ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร รู้สึกขอบคุณทุกวันที่ตื่นมาแล้วยังมีลมหายใจ ได้ทำดี และได้อยู่กับคนที่รัก ซึ่งบอกเลยว่าหากในอนาคตเธอต้องกลับมาป่วยจนต้องนอนในโรงพยาบาล ก็คงจะมีความสุขมากกว่าทรมานก็ได้ เพราะเธอเข้าใจว่าว่าความตายเกิดขึ้นได้ทุกขณะ

พิมพ์6

      นอกจากนี้ เป็นเพราะเธอทำงานในวงการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีคนมาเอาใจ มาชื่นชมเธอ ทำให้คุ้นชินกับสิ่งที่ได้รับจนเคยตัว บางครั้งก็มีหงุดหงิดงอแงใส่คุณแม่ แต่พอเริ่มคิดได้ มีคนมาเตือนสติก็ทำให้เธอได้เห็นไปมอง ได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัวง่ายขึ้น ทีแรกเธอก็ยังคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่จะออกมาเล่าเรื่องโรคที่เป็นอยู่ นี้ แต่ก็คิดว่าหากมันจะเป็นประโยชน์ให้หลายคน ช่วยให้มีกำลังใจกันได้เธอก็อยากทำ
     สำหรับตอนนี้ เธอก็เหลือการเข้ารับคีโมอีกครั้งเดียว ซึ่งเธอก็ยืนยันที่จะสู้ เพราะผ่านมาได้ขนาดนี้แล้วก็คงไม่มีอะไรที่จะทนไม่ไหวแล้ว และยอมรับว่ารู้สึกสบายใจที่ได้พูดเรื่องทั้งหมดออกไป เพราะช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา เหมือนใช้ชีวิตโดยเก็บอะไรไว้คนเดียว บางครั้งก็คิดไปเองว่าคนจะมองเธออย่างไร ขาดความมั่นใจที่จะออกไปเดินที่ไหนคนเดียว กลัวคนจะรู้ว่าเธอใส่วิก รู้ว่าไม่มีผม แต่ตอนนี้สบายใจแล้วเพราะทุกคนที่เข้ามาก็จะให้กำลังใจเธอตลอด
     “ใครก็ไม่รู้ที่โรงพยาบาลที่นั่งอยู่ เดินเข้ามาแล้วบอกว่าหายไว ๆ นะคะ มันรู้สึกว่าดีจังเลย พลังบวก ๆ ตรงนี้ มันมีคุณค่ากับคนป่วย ไม่ใช่เฉพาะกับเรา แต่กับทุกคนที่ป่วย ที่เผชิญอะไรหนัก ๆ แบบนี้อยู่” พิมพ์ พิมพ์มาดา กล่าว 
     พร้อม กันนี้ พิมพ์ พิมพ์มาดา ยังได้ฝากคำพูดมาถึงทุก ๆ คนด้วยว่า “หลัก ๆ เลยพิมพ์ต้องขอขอบคุณมากสำหรับกำลังใจ มันมีคุณค่ามากกับคนที่เผชิญเรื่องเหล่านี้อยู่จริง ๆ วันนี้กำลังใจมันสำคัญ มันทำให้เราแบบ…สิ่งที่เราจะเจอ มันจะยาก จะหนักแค่ไหน แต่ว่าเรารู้สึกว่าเรามีคุณค่าในการที่จะมีชีวิตต่อไป เราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ คนที่เผชิญเรื่องแบบนี้อยู่ ก็สู้ไปด้วยกันค่ะ พิมพ์ก็เป็นหนึ่งคนที่ไม่เคยเข้มแข็งมาจากไหนเลย แต่วันนี้พิมพ์ฮึดและพิมพ์เข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นพิมพ์เชื่อว่าทุกคนก็ผ่านไปได้เช่นกัน ก็สู้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ”

พิมพ์7

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร, Insatgram pimmada

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
women.kapook.com

About the Author

Admin





 
 

 
พิมพ์มาดา5

*+พิมพ์ พิมพ์มาดา เผยภาพผมร่วงทั้งหัวจากมะเร็ง ยังน่ารักสดใส ไม่เปลี่ยนเลย+*

พิมพ์ พิมพ์มาดา  สวยไม่เปลี่ยนแปลง เผยภาพหลังทำคีโมจนผมร่วงทั้งหัว แต่ยังสดใสน...
by Admin
0