บทความ

March 8, 2016

*+7 วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น 9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์+*

สมอง

7  วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น

1. ให้สมองทำงาน 
   ตอบสิว่าอะไรคือสิ่งแรกที่คุณจะทำเพื่อ พัฒนาสนองอุปกรณ์ที่ลับสมองได้ดีที่สุดก็คือ… รองเท้าผ้าใบค่ะ งงล่ะสิ เมื่อใดที่คุณสวมรองเท้าผ้าใบคุณสามารถกระตุ้นอาการเต้นของหัวใจได้คำแนะนำ ที่ดีที่สุดก็คือการออกกำลังกายค่ะมันสามารถช่วยให้ลดการสูญเสียเนื้อเยื่อ ในสมองได้ค่ะ
2. ให้อาหารสมอง 
   การกินอาหารที่มีโมเลกุลที่สามารถต้าน อนุมูลอิสระได้จะช่วยให้สารอนุมูลอิสระเป็นกลางและไม่ก่ออันตราย ผักผลไม้ที่มีสีสันมันจะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับ ถั่วต่างๆ เมล็ดพืช ธัญพืชและเครื่องเทศ “อาหารใดกินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายมันก็คืออาหารชั้นยอดของสมองเช่นกัน”
3. เร่งความเร็ว 
   โดยธรรมชาติสมองจะเริ่มทำงานช้าลงเมื่อ อายุเริ่มขึ้นเลข 3 แต่คนเราไม่ว่าจะอายุเท่าใด ก็สามารถฝึกสมองให้ทำงานเร็วขึ้นได้ สมองของคุณคือกลไกแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากข้อมูลส่วนใหญ่ที่เราได้รับมักผ่านทางคำพูดโปรแกรมการฝึกสมองนี้ จึงเกี่ยวข้องกับภาษาและการฟังเพื่อให้เกิดการแม่นยำและเร็วขึ้นคุณอาจจะฝึก แยกเสียงก็ได้เหมือนกันค่ะ
4. สงบนิ่ง 
   การลับสมองเป็นเรื่องสำคัญแต่…การสงบ นิ่งก็สำคัญไม่แพ้กันความเครียดในระดับสูง มีผลร้ายต่อเซลล์สมอง ความเครียดจะรบกวนกระบวนการรับรู้และการจำ ดังนั้นคุณก็ควรจะละความเครียดทั้งหมดมานั่งฝึกสมาธิสงบนิ่งกันเหอะ
5. พักสมอง 
   พลังสมองที่ได้จากความสงบนิ่งคือความคิดสร้างสรรค์จากการนอน การที่เรานอนหลับไปกับปัญหามันได้ผลจริงๆค่ะ
6. หัวเราะบ้าง 
   อารมณ์ขันกระตุ้นส่วนต่างๆของสมองซึ่งสามารถใช้โดปามีนเป็นสารนำส่งความรู้สึกดีให้เกิดขึ้น
7. ยิ่งแก่ยิ่งเก่ง 
   คุณเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า อาบน้ำร้อนมาก่อนไม๊ เมื่อวัยของคุณเพิ่มขึ้นคุณได้บันทึกภาพและข้อมูลทางสังคมไว้นับล้านๆภาพ ซึ่งคุณสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลาเลยทีเดียว
9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์

   โดย วนิษา เรซ ผู้วชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมอง เป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อ ไปนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often)
   สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เ่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออกแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3)
   คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day)
   หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติ และนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain)
   การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile)
   ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday)
   สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress)
   ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day)
   ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath)
   สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
www.ecepost.com

About the Author

Admin





 
 

 
00000

*+การไหว้ ผีบ้านผีเรือน ใครว่าไม่สำคัญ? ลองทำดู จะอยู่ดีกินดี ร่ำรวย!+*

   บ้าน… สถาน ที่ๆ เราอาศัยอยู่ทุกๆ วัน ฉะนั้น “การไหว้ผีบ้านผีเรือน” เป็นสิ่งที...
by Admin
0

 
 
tips0

*+หุ่นปัง หน้าเด้ง! ง่ายๆ เพียงแค่ 6 วิธีนี้ก่อนนอน+*

ข่าวดีสำหรับสาวๆ ที่อยากหน้าใส หุ่นฟิตแต่ขี้เกียจ (อย่างเรานี่ล่ะ) เพราะเราเจอเ...
by Admin
0

 
 
aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL2F1LzAvdWQvMTAvNTI5MDMvcGFnZS5qcGc=

*+5 เทคนิคการใช้ ‘ไฟเลี้ยว’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน+*

ไฟเลี้ยวเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดมากับรถทุกคัน (แต่บางคันทำไมไม่ใช้ก็ไม่รู้) ซึ...
by Admin
0

 

 
Facebook-บน-iPhone1

*+5 เทคนิคเล่น Facebook บน iPhone ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน+*

Facebook เป็นอีกหนึ่งโซเชียลที่มีคนเล่นมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งปีที่ผ่านมา Facebook ได้อ...
by Admin
0

 
 
เทคนิค0

*+ 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้ iPhone รุ่นความจุ 16GB มีพื้นที่เหลือพอต่อการใช้งาน +*

หลายคนยังมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการบริหารพื้นที่ความจุบน iPhone รุ่นที่มีความจุ 16GB ซ...
by Admin
0