บทความ

September 28, 2015

*+10 สัญญาณเตือนของร่างกาย ที่จะบอกว่าคุณเป็นโรค+*

BjyN2F0CMAAuxQe

ทุก วันนี้โรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถรู้ได้ก่อนว่าเราจะป๋วยเป็นอะไร “ร่างกายจะแสดงอาการทีละน้อย เหมือนเป็นการกระซิบบอกคุณว่าเกิดความผิดปกติขึ้น ซึ่งหากคุณไม่ใส่ใจอาการก็จะหนักขึ้น กระทั่งคุณเจ็บป่วย” Molly M. Roberts ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพและการบำบัดแห่งเมือง San Francisco และประธานสมาคมศูนย์การแพทย์แบบองค์รวมแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุ สัญญาณ 10 ประการที่ให้หมั่นสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ที่คล้ายจะเป็นเรื่องแสนธรรมดา ทว่าสามารถไขรหัสความลับของโรคร้ายได้นั้นคืออะไรบ้าง
1. ริ้วรอย ร่องลึกบนใบหน้า  👉 โรคกระดูกพรุน
แม้ว่าริ้วรอยแห่งวัย เป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การเกิดริ้วรอยบางอย่างอาจไม่ได้บ่งบอกถึงอายุแต่อาจเป็นสัญญาณของโรค กระดูกพรุน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุไว้ว่าริ้วรอย ร่องลึกบนใบหน้า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนมากน้อยแค่ไหนอาจมีสาเหตุมาจากระดับ โปรตีนในผิวหนังมีความเชื่อมโยงกับกระดูก ซึ่งการศึกษาพบว่า ริ้วรอยลึกและรอยหยาบกร้านบนผิวหนังสัมพันธ์กับความหนาแน่นของกระดูกที่ลดลง นักวิจัยชี้ว่า ผิวและกระดูกมีส่วนประกอบหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือ คอลลาเจน ดังนั้นคุณภาพของกระดูก จึงสะท้อนออกมาได้ทางผิวหนัง
2. เล็บขาว เล็บเป็นร่อง เล็บสีเขียวคล้ำ  👉 ตับและไตผิดปกติ โรคหืด โรคถุงลมโปรงพอง
หากคุณหลีกเลี่ยงการทาสีเล็บมานาน รักษาสุขภาพเล็บอย่างดีเยี่ยมแล้ว ก็ยังไม่วายเกิดปัญหาเล็บเหลือง-เล็บบุ๋ม ล่ะก็ คุณอาจต้องไปพบแพทย์แล้วหล่ะ เพราะเล็บสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกในร่างกายได้มากมาย การเปลี่ยนแปลงของเล็บ (เช่น เปลี่ยนสี เกิดรอยบุ๋ม หรือบิดเบี้ยวผิดรูปไป) เป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน หรือผู้ที่ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง รวมถึงหากจู่ๆ เล็บของคุณเปลี่ยนแปลงไป แถมยังมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ ร่วมด้วยก็เป็นสัญญาณว่า คุณอาจกำลังเป็นโรคที่เกี่ยวกับไขข้อค่ะ นอกจากนี้เล็บยังบอกถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอื่นๆ อีกเช่น เล็บเป็นร่องตามยาว บอกให้ทราบถึงความผิดปกติของของไต, เล็บเป็นลอน (ตามขวาง) บ่งบอกว่าฮอร์โมน (Hormone) ในร่างกายผิดปกติ ซึ่งอาจเพราะคุณกำลังมีโรคร้ายแรงจึงทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง, เล็บสีเขียวคล้ำ นั่นคือคุณอาจกำลังป่วยด้วยโรคหืดอย่างรุนแรง, โรคถุงลมโป่งพอง หรือโรคหลอดลมอักเสบ, เล็บขาว บอกถึงความผิดปกติของตับ ไต อาจมีภาวะโลหิตจาง หรือตับอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น เมื่อทราบว่าเล็บบอกโรคได้มากมายขนาดนี้ หมั่นสังเกตเล็บสักนิดนะคะ หากพบว่าผิดปกติก็อย่ารอช้า รีบตรวจหาสาเหตุ เพื่อจะได้ดูแลรักษาอย่างทันท่วงที
3. เท้าบวม  👉 โรคหัวใจ
อาการเท้าบวม อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอุบัติเหตุทำให้เคล็ดขัดยอกจนบวม, กรรมพันธุ์, ระหว่างตั้งครรภ์, ความอ้วน หรือการใช้ยาบางชนิดที่ทำให้มีการกักเก็บน้ำไว้ในขามากเกินไป แม้อาการเท้าบวมจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้นก็ไม่ควรวางใจ เพราะอาการเท้าบวม- ขาบวมนั้น ถือเป็นอาการสุดคลาสสิค อาการหนึ่งของโรคหัวใจ โดยอาการเท้าบวมในผู้ป่วยโรคหัวใจเกิดจากการที่หัวใจด้านขวาทำงานลดลง เลือดจากขาไม่สามารถไหลเข้าไปยังหัวใจด้านขวาได้โดยสะดวก จึงทำให้มีเลือดค้างอยู่ที่ขามากขึ้น
4. ปากเหม็น  👉 หัวใจและกระดูกผิดปกติ
อย่าคิดว่าปากเหม็นเป็นเพียงสัญญาณของโรคเหงือกและฟันเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะการที่คุณมีกลิ่นปาก ทั้งที่พยายามดูและสุขภาพในช่องปากเป็นอย่างดีแล้ว อาจเป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากความผิดปกติของหัวใจและกระดูกของคุณ ในปี 2010นักวิจัยชาวสก็อตแลนด์ เผยแพร่งานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ของประเทศอังกฤษว่า การแปรงฟันช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ โดยผู้ที่แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอวันละ 2ครั้ง มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจ น้อยกว่าผู้ที่ไม่ค่อยแปรงฟันมากถึง 70% นอกจากนี้การที่คุณมีภาวะฟันผุง่าย ยังเป็นการบ่งชี้ได้ถึงสัญญาณของโรคกระดูกพรุน เพราะการที่ฟันผุกร่อนได้ง่ายนั้น หมายถึงความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกรที่น้อยลง จึงไม่แปลกเลยที่ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน มักฟันผุได้ง่าย
5. ปื้นสีดำหลังคอ  👉 โรคเบาหวาน
หากคุณพบว่าด้านหลังคอของคุณ เป็นรอยดำปื้นๆ ขัดถูอย่างไรก็ไม่ออก อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคเบาหวานได้ เพราะคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า ผู้ที่มีผื่นผิวหนังเป็นรอย หรือเป็นแถบดำคล้ำแบบนี้ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวาน ทว่าแม้จะมีความเสี่ยง แต่หากสังเกตเห็นแล้วรีบไปตรวจรักษาแต่เนินๆ การรักษาโรคก็ย่อมจะได้ผลดีกว่า “รอยดำคล้ำ มันถือเป็นสิ่งกระตุ้นให้คุณต้องกังวลเป็นสองเท่า และลุกขึ้นมาป้องกัน ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน” Heather Jones ผู้ช่วยแพทย์แห่งโรงพยาบาล Oregon Health & Science University และสมาชิกคณะกรรมการสมาคมแพทย์ผิวหนังระบุ
6. ผื่นผีเสื้อบนใบหน้า  👉 โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (SLEหรือโรคพุ่มพวง)
หากจู่ๆ ใบหน้าคุณมีผื่นขึ้น โดยเป็นผื่นตั้งแต่บริเวณสันจมูก ลากยาวไปที่โหนกแก้มทั้งสองข้างเป็นรูปคล้ายผีเสื้อ ทางการแพทย์เรียกว่า ผื่นผีเสือ (Butterfly Rash) ซึ่งผื่นผีเสื้อนี้มักพบในผู้ป่วยโรค SLE (Systermic Lupus Erythrematosus) ที่คนไทยเรารู้จักกันในนาม “โรคพุ่มพวง” หรือโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง ฉะนั้นหากพบว่ามีผื่นลักษณะดังกล่าวอย่านอนใจ เร่งไปพบแพทย์ด่วนจี๋เลยจ้า
7. ผมร่วงมาก  👉 ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ
แม้ผมร่วงจะมาได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เกิดในผู้หญิงที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์, ความเครียด, การใช้ยาบางชนิด รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เหล่านี้ล้วนทำให้คุณต้องสูญเสียเส้นผมทั้งนั้น แต่หากคุณสาวๆ ผมร่วงมากผิดปกติ จนแทบกลายเป็นสาวผมบางแล้วล่ะก็ นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ต่อมไทรอยด์ของคุณทำงานผิดปกติ ฉะนั้นหากผมร่วงจนบาง โดยไร้สาเหตุ การพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณตรวจพบความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้
8. ริมฝีปากแห้ง  👉 โรคภูมิแพ้ และโรคโจเกรม (หนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเอง/SLE)
ริมฝีปาก ก็เป็นอีกส่วนที่บ่งบอกถึงสุขภาพของคุณได้ค่ะ หากริมฝีปากคุณแห้งและแตกอย่างรุนแรง อาจเป็นสัญญาณบอกถึงโรคภูมิแพ้ หรือหากบริเวณมุมปากแห้ง ก็เป็นการบ่งบอกว่าคุณอาจเป็น โรคโจเกรน (Sjogren’s syndrome) หรือที่คนไทยเรียกว่า“โรคปากแห้ง ตาแห้ง” ซึ่งโรคโจเกรนนี้ ถือเป็นหนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเอง ที่ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆคล้ายกับโรคพุ่มพวง แต่ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในผู้ป่วยโรคโจเกรน มักจะไปทำให้เกิดการอักเสบที่ ต่อมน้ำลาย และต่อมน้ำตา ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตาแห้ง และปากแห้ง รวมถึงอาจมีอาการผิวแห้ง ปวดข้อ และอ่อนเพลียร่วมด้วย
9. ตาเหลือง 👉 โรคตับ รวมถึงถุงน้ำดีผิกปกติ
ดวงตา นอกจากจะเป็นหน้าต่างของดวงใจแล้ว ยังเป็นหน้าต่างให้คุณได้มองเห็นโรคร้ายที่แฝงอยู่ในกายด้วย ในภาวะปกติ ตาขาวควรจะสดใสสุขภาพดี ทว่าหากจู่ๆ ตาขาวเกิดเปลี่ยนเป็นสีเหลือง อาจเป็นสัญญาณของโรคตับ เช่น ตับแข็งหรือตับอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถบอกถึงอาการผิดปกติของถุงน้ำดีอีกด้วย ฉะนั้น “ตาเหลือง” คือสัญญาณที่ไม่ปกติเอาเสียเลย หากส่องมองกระจกแล้วพบว่า ดวงตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วล่ะก็ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติโดยด่วยนะจ๊ะ
10. ไฝ่เปลี่ยนสี มีขนาดใหญ่  👉 โรคมะเร็งผิวหนัง
หลายคนมีไฝติดตัวมาแต่กำเนิด ซึ่งนั่นก็มิใช่ความผิดปกติอันใด ทว่าหากจู่ๆ ไฝของคุณเกิดเปลี่ยนแปลง จากไฝเม็ดเล็กจิ๋ว ก็ใหญ่ขึ้นๆ หรือจากสีจางก็กลายเป็นเม็ดไฝสีที่เข้มขึ้นแล้วล่ะก็ เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนัง ที่บ่งบอกออกมาให้คุณได้ทราบ ดังนั้นไฝที่อยู่ติดกายมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ก็ต้องหมั่นสังเกตหน่อย หากมีการเปลี่ยนแปลง หรือผิดปกติ ก็ควรไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ อย่างไรเสีย กันไว้ก็ดีกว่าแก้…จริงมั้ยคะ?!

ขอบคุณข้อมูลจาก -/\-
facebook.com/behealthyonline, ASTV ผู้จัดการ

 

About the Author

Admin





 
 

 
thumb

*+5 โรคร้ายถามหา หาก “กลางวันง่วง กลางคืนตาสว่าง”+*

เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ และวัยทำงานหลายคนน่าจะเคยมีอาการแ...
by Admin
0

 
 
มะเร็ง2

*+รู้ไว้ก่อนจะสาย!! 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง อ่านสักนิด เพื่อคนที่คุณรัก+*

ถ้าพูดถึงโรคมะเร็งกันแล้ว หลายๆคนต้องกลัวโรคนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าโรคนี้จะเก...
by Admin
0

 
 
food

*+10 อาหาร “ต้องห้าม” ยามเป็น “โรค”+*

เคยไหม?ที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยาย หรือ คุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่...
by Admin
0

 

 
น้ำเต้าหู้1

*+เตือน !! น้ำเต้าหู้ ดื่มมากไป อันตรายมาก ก่อโรคร้ายต่อไปนี้+*

     นักวิชาการถกเถียงกันเรื่องการดื่ม น้ำเต้าหู้….บ้างก็ว่าดื่มมากๆเป็นเรื่องด...
by Admin
0

 
 
4-vitamin-C

*+เคล็ดลับ กำจัดอาการภูมิแพ้ ด้วย 4 อาหารใกล้ตัว ไม่มีผลข้างเคียง+*

      หมดกังวลกับคนที่ชอบแพ้อากาศ ทานยารักาาตัวเองขนาดไหนก็ยังไม่หายสักที วันนี...
by Admin
0