บทความ

August 4, 2015

*+“เลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด” เรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม !+*

แน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ต้อง มีเลือดออกทางช่องคลอดออยู่แล้วทุกเดือน แต่ลักษณะไหนบ้างที่จะเรียกว่าเลือดออกผิดปกติ โดยทั่วไปลักษณะประจำเดือนที่ปกติ จะมาเป็นประจำทุกเดือน ครั้งละไม่เกิน 7 วัน และปริมาณเท่าๆกันทุกครั้ง เพราะฉะนั้น หากมีเลือดออกกะปริบกะปรอยก่อนหรือหลังมีประจำเดือน หรือระหว่างรอบเดือน รวมไปถึงเลือดประจำเดือนที่มาตามรอบเดือนปกติแต่มาปริมาณมากและมานานขึ้น ก็จะถือว่าผิดปกติทั้งหมด อีกทั้งในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งไม่ควรมีเลือดออกทางช่องคลอดอีกแล้ว หากมีเลือดออกมาอีกไม่ว่าในลักษณะใดก็ตามถือว่าผิดปกติเช่นกัน
นพ.วรวัฒน์ ศิริปุณย์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลเวชธานี  กล่าวว่า อาการเลือดออกกะปริบกะปรอยสามารถเกิดได้กับทุกคน อาจเกิดจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ การมีเนื้องอกหรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก การติดเชื้อในโพรงมดลูก ระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ รวมถึงมะเร็งทั้งที่บริเวณปากมดลูก หรือ ภายในโพรงมดลูก อย่างไรก็ตามโอกาสการเกิดมะเร็งนั้นมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับเลือดออกกะปริบกะปรอยจากสาเหตุอื่น แต่ก็ถือเป็นสาเหตุที่สำคัญ และเป็นอันตรายถึงชีวิต  ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นก็ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูก ต้องต่อไป

blood-relation

โดยหลังจากตรวจแล้วว่าไม่ตั้งครรภ์ เบื้องต้นผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติก็จะได้รับการตรวจภายใน เพื่อหาสาเหตุว่าเลือดที่ออกกะปริบกะปรอยนั้นมาจากบริเวณช่องคลอดหรือบริเวณ ปากมดลูกหรือไม่ แต่หากตรวจพบว่าเลือดออกมาจากในโพรงมดลูก ก็ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินหารอยโรคในโพรงมดลูก ซึ่งก็สามารถตรวจได้หลายวิธี
การอัลตร้าซาวน์ทางช่องคลอดเพื่อตรวจหารอยโรคในโพรงมดลูกก็สามารถให้คำ ตอบเราได้หลายอย่าง มีข้อดีคือ สามารถตรวจประเมินตัวมดลูกและบริเวณปีกมดลูกได้ด้วย แต่ก็มีข้อเสียเรื่องความแม่นยำในการวินิจฉัยความผิดปกติภายในโพรงมดลูก และไม่สามารถทำการรักษาได้ในคราวเดียวกัน ปัจจุบันจึงมีการนำเอาเทคโนโลยีการส่องกล้องโพรงมดลูกเข้ามาใช้เพื่อตรวจ วินิจฉัยและรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจอาการเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกอีกด้วย
การตรวจด้วยการส่องกล้องโพรงมดลูกก็คล้ายการตรวจภายใน เพียงแต่จะใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านจากปากมดลูกเข้าไปสู่โพรงมดลูก ทำให้สามารถมองเห็นความผิดปกติในโพรงมดลูกได้ด้วยตา สามารถระบุตำแหน่งผิดปกติได้แม่นยำ และสามารถทำการตัดรอยโรคที่ผิดปกตินั้นเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไปได้ อีกทั้งหากสาเหตุที่เลือดออกกะปริบกะปรอยเป็นจากรอยโรคนั้นโดยตรง การตัดออกในคราวเดียวกับที่ส่องกล้องโพรงมดลูก ก็ถือเป็นการรักษาไปในตัวได้อีกด้วย ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่าย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่มีแผลผ่าตัด และต่างจากการสุ่มตรวจเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกหรือการขูดมดลูก

“หากเกิดมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด ควรรีบมาพบแพทย์หรือหากไม่มีอาการผิดปกติใด ก็ควรมารับการตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปีเพื่อการ ตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ทันท่วงที”

ขอบคุณที่มาจาก :
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

More articles by »
Written by: Admin
Tags:

About the Author

Admin





 
 

 
thumb

*+5 โรคร้ายถามหา หาก “กลางวันง่วง กลางคืนตาสว่าง”+*

เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ และวัยทำงานหลายคนน่าจะเคยมีอาการแ...
by Admin
0

 
 
มะเร็ง2

*+รู้ไว้ก่อนจะสาย!! 15 อาการเริ่มต้นของมะเร็ง อ่านสักนิด เพื่อคนที่คุณรัก+*

ถ้าพูดถึงโรคมะเร็งกันแล้ว หลายๆคนต้องกลัวโรคนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าโรคนี้จะเก...
by Admin
0

 
 
food

*+10 อาหาร “ต้องห้าม” ยามเป็น “โรค”+*

เคยไหม?ที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยาย หรือ คุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่...
by Admin
0

 

 
น้ำเต้าหู้1

*+เตือน !! น้ำเต้าหู้ ดื่มมากไป อันตรายมาก ก่อโรคร้ายต่อไปนี้+*

     นักวิชาการถกเถียงกันเรื่องการดื่ม น้ำเต้าหู้….บ้างก็ว่าดื่มมากๆเป็นเรื่องด...
by Admin
0

 
 
4-vitamin-C

*+เคล็ดลับ กำจัดอาการภูมิแพ้ ด้วย 4 อาหารใกล้ตัว ไม่มีผลข้างเคียง+*

      หมดกังวลกับคนที่ชอบแพ้อากาศ ทานยารักาาตัวเองขนาดไหนก็ยังไม่หายสักที วันนี...
by Admin
0